หน้ารวมกระทู้ > การทำสมาธิภาวนา

การทำสมาธิภาวนา
avatar
ชัย กรุงศรี


สมาธิภาวนาคืออะไร มีกี่ระดับ 
 

      คำว่า  “สมาธิ”  แปลว่า  ความมั่นคงของจิต  หรือสภาวะที่จิตตั้งมั่นสงบแน่วแน่  หมายถึง สภาวะที่จิตแน่วแน่ต่อสิ่งที่กำหนดอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการคิด  การพูด  หรือการกระทำกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง  โดยที่จิตนั้นไม่ฟุ้งซ่านหรือส่ายไปมา

      คำว่า  “ภาวนา”  แปลว่า  การทำให้มีขึ้น  เป็นขึ้น  การเจริญขึ้นในทางจิตใจการสำรวมใจตั้งความปรารถนา  (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน  หน้า 620)  คือคุณธรรมที่ยังไม่มีขึ้น ให้มีขึ้น ด้วยการฝึกอบรมจิตใจให้เจริญงอกงามขึ้นด้วยปัญญา  และด้วยคุณธรรม  เพื่อความสงบ  และความบริสุทธิ์ผ่องใส  เป็นต้น

      ประเภทของภาวนา มีอยู่  2  ประเภท  ได้แก่  สมถภาวนา  และ วิปัสสนาภาวนา

      1. สมถภาวนา หมายถึง การฝึกจิตใจให้สงบเป็นการเจริญสมาธิโดยตรง  คือ  ฝึกจิตให้ตั้งมั่นแน่วแน่ประณีตยิ่งขึ้นไปเป็นชั้นๆ โดยลำดับ  จนถึงขั้นฌานในระดับต่างๆ

      2. วิปัสสนาภาวนา  หมายถึง การนำสมาธิไปใช้เป็นพื้นฐาน  ในการฝึกอบรมปัญญา ให้เกิดความรู้แจ้งเห็นจริงในสภาวะ (รูป – นาม)  ของสิ่งทั้งหลายที่มีอยู่ในร่างกายของเรา โดยอาการแห่งความเป็นอนิจจัง ทุกขัง  อนัตตา  ทำให้ได้ญาณระดับต่างๆ และหลุดพ้นจากกองกิเลส กองทุกข์ทั้งปวง จนกระทั่งบรรลุนิพพานได้

ระดับของสมาธิมี  3  ระดับ  ได้แก่

      ในชั้นอรรถกถา  ท่านแยกสมาธิออกเป็น 3  ระดับ คือ

      1. ขณิกสมาธิ  คือ สมาธิชั่วขณะเป็นสมาธิขั้นต้น  ซึ่งคนทั่วไปอาจใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่การงานในชีวิตประจำวันให้ได้ผลดี และจะได้ใช้เป็นจุดตั้งตนในการเจริญวิปัสสนาก็ได้

      2. อุปจารสมาธิ  คือ สมาธิเฉียดๆ หรือ  จวนแน่วแน่  เป็นสมาธิชั้นระงับนิวรณ์ได้  (นิวรณ์  คือ เครื่องขวางกั้นความสำเร็จ ได้แก่  อารมณ์พอใจรักใคร่ / ความคิดร้ายต่อผู้อื่น / ความง่วง / ความฟุ้งซ่าน – รำคาญใจ / ความลังเลสงสัย)  ก่อนที่จะเข้าภาวะแห่งองค์ฌาน  (ฌาน = ภาวะที่จิตสงบแน่วแน่เป็นสมาธิมีความละเอียด  4  ระดับ ฌาน 1  มีวิตก  วิจารณ์ ปีติ  สุข เอกัคตา ฌาน 2  มีเพียง ปีติ  สุข และ เอกัคตา (ไม่เหลือคำภาวนา หรือคำบริกรรมอีก)  ฌาน 3  มีแต่สุข กับเอกัคตา  (ความสุขอื่นใดเทียบความสงบไม่มี)  ฌาน 4 ไม่เหลือสุข มีเอกัคตา กับอุเบกขา  (ไม่สุข – ไม่ทุกข์  จิตวางเฉย)  มีลักษณะไม่รับรู้เรื่องใดๆ  บางท่านจึงพูดว่า  “ทำตนเหมือนก้อนหิน”  ไม่รู้ร้อน  ไม่รู้หนาว

      3. อัปปนาสมาธิ  คือ สมาธิแนบแน่น  หรือแน่นอน  ถือว่าเป็นสมาธิระดับสูงที่มีอยู่ในองค์ฌานนั้นๆ  ซึ่งถือว่า  เป็นผลสำเร็จที่ต้องการในการเจริญสมาธิ

            ˜ ˜ ˜ ˜ ˜ ˜ ˜    &    ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ 
 
 

หมายเหตุ หากท่านใดต้องการเป็นสมาชิกชมรมศาสนาและการกุศล  เพื่อขอรับข่าวสาร

          ของชมรมฯ ฟรีทางจดหมายอิเล็คโทรนิค E-Mail ซึ่งท่านจะได้รับข่าวสาร

          ก่อนการจัดทำเป็น CD แจกฟรี

โปรดแจ้งมาที่   E-Mail : mkrichti_999@yahoo.com   โทร. 0-2208-7600,  0-2208-7601 

โทรสาร. 0-2256-8320  หรือ 0-2256-8322 



ผู้ตั้งกระทู้ ชัย กรุงศรี :: วันที่ลงประกาศ 2006-01-04 19:10:41 IP : 202.47.238.180


[1]

ความเห็นที่ 1 (347325)
avatar
ดอกท้อบาน
ที่สูงกว่าฌาน 4 มีไหมคะ คืออะไร ?และเป็นอย่างไร ?
ผู้แสดงความคิดเห็น ดอกท้อบาน วันที่ตอบ 2006-01-05 09:54:09 IP : 202.47.238.191


ความเห็นที่ 2 (348874)
avatar
ธาตรี
ก็มี อรูปฌาน 4 สูงขึ้นละเอียดขึ้นไปอีก ซึ่งในการทำสมาธิภาวนาทั่วไป ไม่จำเป็นต้องใช้ฌานสูงถึงขนาดนั้น....
ผู้แสดงความคิดเห็น ธาตรี วันที่ตอบ 2006-01-06 14:11:43 IP : 202.47.238.245


ความเห็นที่ 3 (350124)
avatar
ธรรมญาณ

ปุจฉา-

ขณิกสมาธิ-อุปจารสมาธิ-อัปปนาสมาธิ เกิดขึ้นตอนไหน? มีที่ใช้ และประโยชน์ในการปฏิบัติธรรมอย่างไรบ้าง?

วิสัชนา-

ขณิกสมาธิ- คือ สมาธิชั่วขณะหนึ่ง ที่ลมหายใจเข้า-ออก ก็รู้ .......เข้ายาว ออกสั้น ก็รู้.......

อุปจารสมาธิ- คือ สมาธิขั้นกลาง หมายเอาลมหายใจที่สงบ แล้วจิต-ตัวรู้ สามารถวิจัยธรรมได้ อุปนิสัย-ที่สามารถแยกดี-แยกชั่วได้ บรรลุธรรมได้.....

อัปปนาสมาธิ-คือ สมาธิ ที่จิตสงบนิ่ง อยู่ในใจ ไม่รับรู้ภายนอกกาย ไม่ปรุงแต่งใจในทางดี-ชั่ว เหมือนคนนอนหลับ แต่ไม่หลับ เป็นสมาธิที่แนบแน่น เหมาะกับคนที่พักผ่อนน้อย มีคนอยากหาเวลาสงบจิตใจได้ยาก......

          การบรรลุธรรม-ต้องฝึกส่งข้อสงสัยถามจิตก่อน แล้วค่อยเข้าสมาธิ จากขณิกสมาธิ ผ่านอุปจารสมาธิ แล้วเข้าอัปปนาสมาธิ จากนั้น ค่อยย้อนจากอัปปนาสมาธิ มาพักที่ อปุจารสมาธิ แล้วค่อยพิจารณาธรรม ถ้าต้องการรู้ธรรมข้อใด ก็จะรู้ได้จากอุปจารสมาธิ........

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธรรมญาณ วันที่ตอบ 2006-01-07 19:07:55 IP : 202.47.238.223


ความเห็นที่ 4 (3311689)
avatar
0893812977

พอจิตเข้าถึงความ สงบ ก็เห็นมะโนภาพ ตอนนี้แหละ

ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่นั่งเห็นภาพกัน

ถึงนำมาเล่าเรื่องราวได้ ผมจึงอยากรู้ว่า จิตเป็นตัวบอก

หรือว่าความคิดกันแน่ ? ทำไมเขาถึงจำภาพๆ นั้นได้

ทั้งๆที่บอกว่าจิตว่าง    ? ขอคำชี้แนะด้วยนะคัฟ..

เพิ่มเริ่มปฏิบัติ...(^_^)

ผู้แสดงความคิดเห็น 0893812977 วันที่ตอบ 2011-09-24 22:43:05 IP : 223.205.21.188



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.