หน้ารวมกระทู้ > พระพุทธเจ้ากัสสปะกับพระมหาธาตุ...

พระพุทธเจ้ากัสสปะกับพระมหาธาตุเจดีย์ศรีแสงแก้ว อ.ทุ่งหัวช้าง ลำพูน
avatar
ชัย กรุงศรี คนดีศรีอยุธยา 02-9707986


 

 

 

 

พระพุทธกัสสป โปรดลูกหลาน

http://www.ainews1.com/article594.html

ภาพมหัศจรรย์ เจดีย์แสงแก้ว

ความเป็นมาของภาพถ่ายมหัศจรรย์  ศิษย์ผู้เคารพนับถือหลวงปู่ครูบาวงศ์ ได้ตั้งจิตขอภาพถ่ายมหัศจรรย์ ออกจากภาพถ่ายของหลวงปู่ครูบาวงศ์ ที่ตั้งบูชาอยู่ เมื่อถ่ายภาพแล้ว ปรากฏภาพมหัศจรรย์ ที่ สมเด็จพระพุทธกัสสป ทรงเมตตาซ้อนภาพอีกหลายมิติลงบนบริเวณหน้าอกของหลวงปู่ฯ ในกลางวงกลมปรากฏภาพพระบรมธาตุของพระองค์ท่าน พร้อมด้วยแสงเงาของแสงทิพย์อันไพบูลย์ พร้อมขอบรัศมีแสงทิพย์ ในบริเวณส่วนหน้าของภาพปรากฏภาพพระเจดีย์แสงแก้ว 2 พระองค์ ทรงให้การยืนยัน การตั้งชื่อพระเจดีย์เอาไว้ล่วงหน้าก่อนการก่อสร้างจะเริ่มขึ้นหลายปี โดยหลวงปู่ฯตั้งชื่อพระเจดีย์ว่า พระธาตุแสงแก้ว

การประยุกต์ใช้ภาพมหัศจรรย์ เป็นหนทางลัดในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน(อภิญญาใหญ่ หรือแสงทิพย์) ช่วยให้ลูกๆของพระองค์ท่านคืนกลับบ้านนิพพาน ในยุคปัจจุบัน ที่ภัยอันตรายของธรรมชาติกำลังไล่ตามหลังมาอย่างกระชั้นชิดhttp://ainews1.com/article581.html และเป็นยุคของอภิญญาใหญ่ ที่ สมเด็จพระบรมธรรมบิดา เริ่มเปิดเผย เมื่อปลายปี 2547 http://www.buddha-dhamma.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=357780&Ntype=3 เป็นต้นมา

  • ขอใช้เครื่องมือที่พระพุทธองค์ทรงประทานมาให้ สำหรับการแยกจิตออกจากกาย โดยวิชาอภิญญาใหญ่ หรือแสงทิพย์ อริยธรรม

ลูกขอตั้งสัจจะอธิษฐาน ขอพระบารมีของสมเด็จพระพุทธกัสสป นำดวงจิต หรือกายในของลูกทั้ง 100 % (ในสภาพ sub atomic) เข้าไว้ในพระบรมธาตุของพระพุทธ องค์ตลอดไป พร้อมทูลขอดอกบัวรองรับ และขอให้ดอกบัวหมุนตามเข็มนาฬิกา เพื่อบูชาพระบริสุทธิคุณพร้อมน้อมรับพลังบุญบารมีรวมแสงทิพย์ของพระพุทธองค์เข้าสู่จิตลูกตลอดเวลา  พร้อมทั้งหมุนเพื่อแผ่เมตตาออกไปทั่วทั้ง 3 โลกฝากไปกับแสงทิพย์อริยธรรมตลอดเวลาเช่นเดียวกัน

กราบขอพรให้จิตลูกตั้งอยู่กับอารมณ์วิปัสสนาเช่นนี้ ครั้งละติดต่อกันนานๆ หลายๆวันหลายๆสัปดาห์หลายๆเดือนอย่างต่อเนื่อง สะสมพลังงานคลื่นความถี่สูงให้แก่จิตตลอดเวลา ให้ลุซึ่งการเดินมรรค http://ainews1.com/article403.html ที่สมบูรณ์ โดยสะดวกอยู่ภายในพระบรมธาตุทุกประการ

ตั้งใจบูชาพระ

 
พุทธัง ชีวิตตัง เม ปูเชมิ
ข้าพเจ้า ขอบูชาพระพุทธเจ้า ด้วยชีวิต
ธัมมัง ชีวิตตัง เม ปูเชมิ
ข้าพเจ้า ขอบูชาพระธรรมเจ้า ด้วยชีวิต
สังฆัง ชีวิตตัง เม ปูเชมิ
ข้าพเจ้า ขอบูชาพระสงฆ์เจ้า ด้วยชีวิต
 
กราบพระ ๖ ครั้ง
 
พุทธัง วันทามิ (กราบ)
ข้าพเจ้า ขอไหว้ซึ่งพระพุทธเจ้า
ธัมมัง วันทามิ (กราบ)
ข้าพเจ้า ขอไหว้ซึ่งพระธรรมเจ้า
สังฆัง วันทามิ (กราบ)
ข้าพเจ้า ขอไหว้ซึ่งพระสงฆ์เจ้า
ครูอุปัชฌาย์อาจาริยคุณัง วันทามิ (กราบ) (ผู้หญิงว่า อาจาริยคุณัง วันทามิ)
ข้าพเจ้า ขอไหว้ซึ่งครูอุปัชฌาย์อาจารย์
มาตาปิตุคุณัง วันทามิ (กราบ)
ข้าพเจ้า ขอไหว้ซึ่งบิดา มารดา
พระไตรสิกขาคุณัง วันทามิ (กราบ)
ข้าพเจ้า ขอไหว้ซึ่งพระไตรสิกขา
 
สมาทานศีล ๕
 
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุท ธัสสะ(๓ ครั้ง)
ข้าพเจ้า ขอนอบน้อมแด่ พระผู้มีพระภาค อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
 
"นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ" แปลโดยรวมว่า ขอนอบน้อมแด่ พระผู้มีพระภาค อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น   ด้วยเหตุนี้โบราณท่านจึงว่า หากขึ้นต้นคาถาหรือบทสวดมนตร์ใดๆด้วยการตั้งนะโม ๓ จบ คาถานั้นจะมีความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก เพราะเป็นคำสรรเสริญพระพุทธเจ้า ที่มีเทพพรหมชั้นหัวหน้าได้กล่าวไว้ แรงครูหรือแรงแห่งเทพ-พรหม และแรงพระรัตนตรัย ท่านจึงประสิทธิ์ให้สมประสงค์"
 
บทสมาทานพระไตรสรณาคมณ์
 
เพื่อผลานิสงส์ยิ่งขึ้น และเป็นการตล่อมจิตให้ชินต่อการทรงคุณความดี หลวงปู่ดู่ท่านแนะนำให้มีการบวชจิต  ในขณะกล่าวการสมาทานพระไตรสรณาคมณ์ด้วย ดังนี้ ในขณะที่เรานั่งสมาธิเจริญภาวนานั้น คำกล่าวว่า

 


พุทธัง สรณัง คัจฉามิ
ให้นึกถึงว่าเรามีพระพุทธเจ้าเป็นพระอุปัฌาย์ของข้าพเจ้า
ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ...
ให้นึกว่าเรามีพระธรรมเป็นพระกรรมวาจาจารย์ของข้าพเจ้า
สังฆัง สรณัง คัจฉามิ...
ให้นึกว่าเรามีพระอริยสงฆ์ เป็นพระอนุสาสนาจารย์ของข้าพเจ้า
ทุติยัมปิ พุทธัง สรณัง คัจฉามิ
แม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งที่ระลึก
ทุติยัมปิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ
แม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าขอถึงพระธรรมเป็นที่พึ่งที่ระลึก
ทุติยัมปิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิ
แม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าขอถึงพระสงฆ์เป็นที่พึ่งที่ระลึก
ตะติยัมปิ พุทธัง สรณัง คัจฉามิ
แม้ครั้งที่สาม ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งที่ระลึก
ตะติยัมปิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ
แม้ครั้งที่สาม ข้าพเจ้าขอถึงพระธรรมเป็นที่พึ่งที่ระลึก
ตะติยัมปิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิ
แม้ครั้งที่สาม ข้าพเจ้าขอถึงพระสงฆ์เป็นที่พึ่งที่ระลึก
 
บทอาราธนาศีล
  1. ปาณาติปาตา เวรมณี สิกขาปะทังสมาธิยามิ
    เจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากการฆ่า
  2. อทินนาทานา เวรมณี สิกขาปะทังสมาธิยามิ
    เจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้ด้วยอาการแห่งขโมยหรือโจร
  3. อพรัมจริยา เวรมณี สิกขาปะทังสมาธิยามิ
    เจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากการประพฤติผิดในพรหมจรรย์
  4. มุสาวาทา เวรมณี สิกขาปะทังสมาธิยามิ
    เจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากการพูดเท็จ
  5. สุราเมรยะ มัชชปมาทัฎฐานา เวรมณี สิกขาปะทังสมาธิยามิ
    เจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากการดื่มน้ำเมาอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท

 

อิมานิ ปัญจสิกขา ปทานิ สมาธิยามิ (๓ ครั้ง)
ข้าพเจ้าขอทรงไว้ซึ่งศีลทั้งห้าประการด้วยจิตตั้งมั่น
สีเลนะ สุคะติง ยันติ สีเลนะ โภคะสัมปทา
ศีลนำความสุขมาให้ ศีลนำมาซึ่งโภคทรัพย์
สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ตัสมา สีลัง วิโส ธะเย
ศีลคือหนทางสู่พระนิพพาน
 
บทอาราธนาศีล : เป็นกุศโลบายให้คนชินต่อการกล่าวศีล เพื่อการรักษาศีลอย่างแท้จริงในอนาคต อีกทั้งยังเป็นการเกิดผลานิสงส์อย่างมาก เพราะถือว่าตลอดเวลาที่เราสวดมนต์อยู่นี่เรามีศีลบริสุทธิ์จนกว่าเราจะล่วงศีล ด้วยความจำเป็นต่าง ๆเช่น ด้วยอาชีพ ในส่วน “อพรัมจริยา เวรมณี…” นั้นเพราะในช่วงที่สวดมนต์อยู่นั้น เราไม่ได้ถูกเนื้อต้องตัวกับเพศตรงข้ามอยู่แล้ว ท่านจึงให้ถือพรหมจรรย์เสีย เพื่อบุญที่มากกว่า แต่เมื่อเราสวดมนต์เสร็จแล้ว หากต้องถูกเนื้อต้องตัวเพศตรงข้ามด้วยฆราวาสวิสัย ก็ย่อมทำได้ ศีลจะเลื่อนมาที่ กาเมสุมิจฉาฯแทน เรื่องศีลนี้ความจริงมีถึง 3 ขั้น ตั้งแต่ขั้นต้นจนถึงปรมัติเลยทีเดียว
 
บทอาราธนาพระ
 
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ         (๓ ครั้ง)
ข้าพเจ้า ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาค อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
พุทธัง อาราธนานัง กะโรมิ
ข้าพเจ้าขออาราธนาซึ่ง พระพุทธเจ้า
ธัมมัง อาราธนานัง กะโรมิ
ข้าพเจ้าขออาราธนาซึ่ง พระธรรมเจ้า
สังฆัง อาราธนานัง กะโรมิ
ข้าพเจ้าขออาราธนาซึ่ง พระสงฆ์เจ้า
 
บทอาราธนาพระรัตนตรัยนี้ เป็นการอัญเชิญพระบารมีของพระรัตนตรัยมาสถิตย์อยู่ที่กายและมโนแห่งเราอยู่ทุกลมหลายใจเข้า-ออก อยู่ทุกขณะจิต ให้เราไม่ห่างจากพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เพื่อการเข้าถึงพระไตรสรณาคมณ์ เรื่องการเข้าถึงพระไตรสรณาคมณ์นี่ถือว่าจำเป็นมาก เพราะปิดอบายได้ เราจะไม่ลงนรก ผู้วิเคราะห์เคยถามหลวงตาม้าว่า (http://www.watthummuangna.com/) แล้วชาติหน้าเราจะต้องทำใหม่ไหม หลวงตาท่านว่า ไม่ต้อง เข้าถึงชาตินี้แล้วอารมณ์เก่าจะมี จะเข้าถึงตลอดทุกชาติ ปิดอบายตลอดทุกชาติจนกว่าจะนิพพาน
บทขอขมาพระรัตนตรัย
 
โยโทโส โมหะจิตเต นะพุทธัสมิง ปาปะกะโต มะยา ขะมะถะเม กะตัง โทสัง สัพพะปาปัง วินัสสันตุ
การกระทำอันหลงผิดอันใด ซึ่งกระทำล่วงเกินแล้วในคุณพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าขอกล่าวคำขอขมา เพื่อการบาปกรรมทั้งหลายทั้งปวงจงสูญสิ้นไป
โยโทโส โมหะจิตเต นะธัมมัสมิง ปาปะกะโต มะยา ขะมะถะเม กะตัง โทสัง สัพพะปาปัง วินัสสันตุ
การกระทำอันหลงผิดอันใด ซึ่งกระทำล่วงเกินแล้วในคุณพระธรรมเจ้า ข้าพเจ้าขอกล่าวคำขอขมา เพื่อการบาปกรรมทั้งหลายทั้งปวงจงสูญสิ้นไป
โยโทโส โมหะจิตเต นะสังฆัสมิง ปาปะกะโต มะยา ขะมะถะเม กะตัง โทสัง สัพพะปาปัง วินัสสันตุ
การกระทำอันหลงผิดอันใด ซึ่งกระทำล่วงเกินแล้วในคุณพระสงฆ์เจ้า ข้าพเจ้าขอกล่าวคำขอขมา เพื่อการบาปกรรมทั้งหลายทั้งปวงจงสูญสิ้นไป
 
บทนี้มีความสำคัญมาก ด้วยกรรมไม่ดีที่เกิดแก่พระรัตนตรัยนั้น เป็นอุปสรรคอย่างมากต่อการปฏิบัติธรรม  ต้องหมั่นดูกิริยาของตัวเองมิให้ก้าวล่วงต่อพระรัตนตรัยอยู่ตลอดเวลา และให้คอยหมั่นขอขมาทุกวัน เนื่องเพราะบางทีเราอาจเผลอเรอล่วงเกินทั้งโดยเจตนา หรือไม่เจตนา ทั้งเล็กน้อยทั้งใหญ่หลวง กุศโลบายข้อนี้คล้ายคลึงกับการต่อศีลของพระ หรือการปลงอาบัติของพระ ทั้งนี้เพื่อให้กำลังใจ ให้รู้ตัว ให้นึกรู้ตัวตาม ให้เกิดสติอยู่ทุกขณะจิตนั่นเอง เพื่อในกาลต่อไปจะได้ระมัดระวังตัวไม่ทำผิดอีกนั่นเอง
 
หากคราใด เราจำเป็นต้องแบ่งเวลามาทากิจทางโลก ที่ใจเป็นประธานเวลาจะกลับไปปฏิบัติวิปัสสนาในพระบรมธาตุใหม่ มาเริ่มไหว้พระใหม่ แล้วจึงไปเริ่มเจริญวิปัสสนา หรือเดินมรรคต่ออยู่ภายในองค์พระบรมธาตุ
 
เหตุที่กล่าวว่า การใช้อภิญญาใหญ่ เป็นทางลัดนั้น ทันทีที่เราน้อมนึกเอาจิตของเรา เข้าไปฝากไว้ในพระบรมธาตุนั้น เท่ากับเราเข้าไปยึดหัวหาดพระนิพพาน หากเราประมาทไม่คิดถึงความตายเอาไว้เสมอๆ เพียงแต่นำจิตไปฝากไว้แล้ว ก็ไม่เจริญวิปัสสนาหรือเดินมรรคต่อเนื่อง หากเกิดตายขึ้นมาอย่างดีก็ไปหยุดค้างที่สวรรค์ หรือเพียงอาศัยพระบารมีของพระองค์ท่านช่วยปิดอบายภูมิให้เท่านั้น
 
จิตยังต้องเพิ่มคลื่นความถี่สูงให้เต็มที่ หรือทำปฏิจจสมุปบาทให้ครบรอบ รู้เวลาและเหตุการตายของตน เมื่อรู้แล้ววางนำจืตมาตั้งอยู่ในอารมณ์วิปัสสนาอย่างต่อเนื่อง ในสภาพของ นิวทรอล ไม่อิงทั้งบุญและบาป หรือบวกหรือลบ เป็นอุเบกขารมณ์ จนกว่ากายเนื้อจะแตกทำลายไป
 
หรือหากวิเคราะห์ในเชิงวิทยาศาสตร์ สภาพที่จิตลงมาเกิดบนโลกถูกยึดเหนี่ยวด้วยแรงโน้มถ่วงของโลก และจักรวาลต่างๆเช่นจักรวาลทางช้างเผือก จักรวาลไตรแองกุลัมทางด้านทิศตะวันออกของทางช้างเผือก จักรวาลอันโดรเมดา ที่ครอบทั้ง 2 จักรวาล และแรงสนามแม่เหล็กที่ซับซ้อนอีกมากมาย ดังนั้นการที่จะนำจิตของตน ให้พ้นแรงดึงดูดของโลกและจักรวาลต่างๆที่กล่าวแล้วนั้น จิตย่อมต้องใช้พลังงานมากเป็นพิเศษ จิตจึงจะหลุดพ้นพันธนาการ คลื่นความถี่สูงของแรงยึดเหนี่ยวของโลกและจักรวาล ออกไปสู่ความเป็นอิสระได้เป็นผลสำเร็จนั่นเอง 
 
ส่วนผู้ยังยึดหลักการในพระไตรปิฏก ก็จะต้องทำการแยกจิตออกจากกาย ด้วย วิธีของหมวดมหาสติปัฏฐานสูตร ที่แยกจิตออกด้วยหมวด กาย เวทนา จิต ธรรม นั้น
 
ได้สอบถามผู้ทรงศีลบางองค์ที่พยายามใช้วิธีในมหาสติฯฝึกแยกจิตมาเป็น สิบๆปี ท่านยอมรับว่าอาตมายังแยกจิตไม่ได้ ทั้งนี้ก็แล้วแต่ของเก่าแต่ละคนด้วย ซึ่งฆราวาสบางคน อาจแยกจิตสำเร็จไปนานแล้ว ผู้ที่แยกจิตได้สำเร็จแล้วก็จะบอกว่าไม่ยาก ส่วนผู้ที่ใช้เวลามามากแล้วอาจบอกว่า มันก็ไม่ง่าย
 
ทีนี้ยุคนี้ ทางสมาพันธ์จักรวาลกำลังถึงยุคเก็บเกี่ยวผู้ที่ทำดี ให้ได้โอกาสเลื่อนเข้าไปปฏิบัติธรรมต่อใน 4th density ( www.zetatalk.com/orientat/o04.htm) หรือโลกยุคใหม่ ซึ่งได้บ่งบอกจำนวนเอาไว้เพียง 10 % ตรงกับในพุทธทำนาย และในจำนวนที่รอดชีวิตเข้าไปได้สำเร็จยังวิกลจริตอีก 43 % ส่วนที่เหลือรอดและมีสติดีจึงเหลืออยู่เพียงประมาณ 5 % เท่านั้น ทั้งนี้ก็ให้รอดูกันต่อไปว่าคนทั้งโลกจะเหลืออยู่ในโลกยุคใหม่ซักเท่าไร ในอนาคตใกล้ๆนี้
 
ข้อดีของผู้ที่สามารถนำชีวิตรอดเข้าไปสู่โลกยุคใหม่แดนศิวิไลนั้น บรรยากาสการ ปฏิบัติธรรมจะดียิ่งขึ้น ผู้ที่มีจิตเห็นแก่ตัว และพวกที่ยังไม่ตัดสินใจเอาทางไหน แทบไม่มีเหลือ แสงอาทิตย์ก็จะเย็นลงกว่าเก่า แกนกลางโลกแมกม่าก็จะเย็นลงด้วย และโลกโคจรมารับสัมผัสพลังงานเมตตา คลื่นความถี่สีเหลือง ที่ส่งมาจากกาแลกซี่ไตรแองกุลัมอีก 13,000 ปีด้วย ความเจริญทางเทคโนโลยี่ในปัจจุบัน จะถอยหลังไปอย่างน้อยอีก 50 ปี คลื่นดิจิทอล ที่มนุษย์สร้างขึ้นรบกวนพลังจักรวาลก็จะหมดไปด้วย มนุษย์จะคบหาสังสรรค์กับ ชาว UFO ที่อยู่ใน 4th density เพิ่มมากขึ้น และมีไอคิวบวก 287 ใช้เทคโนโลยี่ต่างๆล้ำหน้ามนุษย์ไปเป็นล้านๆปี
 
จึงเป็นโอกาสของมนุษย์ในโลกใหม่ จะได้เดินทางไปท่องเที่ยวยังนาๆจักรวาลด้วยยาน UFO ได้ หากประสงค์ แน่นอนเขาใช้เทคโนโลยี่แตกต่างกับมนุษย์ ที่พยายามใช้อยู่ในปัจจุบัน และจะหมดยุค ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจากใต้โลก ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษตามมามากมาย
เป็นโอกาสต่อการปฏิบัติธรรม คืนกลับบ้านเดิมได้สะดวก และยิ่งกว่านั้น ในช่วง 100 ปีต่อจากนี้ทางสมาพันธ์จักรวาล ยังห้ามพวกคนไม่ดีมาเกิดบนโลกอีกด้วย พร้อมทั้งยังนำพวกที่ไม่ผ่านการคัดเลือกไปกักบริเวณ ในโลกแห่งน้ำอีกด้วย เป็นปลาหมึก มาทราบภายหลังจากผู้ปฏิบัติสมาธิ ท่านสัตว์แพทย์เพื่อนของหมอสุรจิต ทองสอดแสง ที่กำลังปฏิบัติงานอยู่ที่สุราษฎร์ธานี ได้ไปพบสถานที่กักบริเวณดังกล่าวที่สะดือทะเล จึงได้ทราบว่าโลกแห่งน้ำที่ชาวZetas พูดถึงอยู่บนโลกมนุษย์นี้เอง
 
  • ส่วนหลายๆท่านอาจไม่ต้องการเอาตัวรอดแต่เพียงลำพัง ต้องการช่วยเพื่อนๆสรรพสัตว์ทั่วอนันต์จักรวาล ได้เพิ่มกำลังปรับภพภูมิใหม่ ไปพร้อมกันด้วย โดยอาศัยความเมตตาจากหลวงปู่ดู่ ส่งแสงพระโพธิสัตว์ ไปรับสรรรพวิญญาณ ที่อยู่ต่ำกว่าชั้นจาตุม มหาราชิกา มาร่วมปฏิธรรมด้วย โดยศึกษาวิธีการที่ http://www.ainews1.com/article525.html

ประยุกต์วิธีการปฏิบัติ จาก แสงทิพย์อริยธรรม  (www.buddha-dhamma.com/index.php?lay=show) และบท วิเคราะห์บทสวดมนตร์ (http://ainews1.com/article525.html) ของหลวงปู่ดู่ และประสพการณ์ที่ผ่านมา....ที่บรรดาลูกหลานของหลวงปู่ครูบาวงศ์ และสมเด็จพระพุทธกัสสป จะพิจารณา นำไปทดลองปฏิบัติได้ด้วยตนเอง  โดยไม่ต้องไปแยกจิตด้วยวิธีการที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมาในอดีต...ทดลองใช้สิ่งใหม่ๆที่พระพุทธองค์ทรงโปรดสงเคราะห์ให้เท่าทันกับเหตุการณ์ปัจจุบัน ที่กำลังคับขันรอบด้านเข้ามาทุกขณะ

จาก www.ainews1.com


ผู้ตั้งกระทู้ ชัย กรุงศรี คนดีศรีอยุธยา 02-9707986 (ChaiKrungsri-dot-com-at-gmail-dot-com) กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์ :: วันที่ลงประกาศ 2011-05-21 10:58:15 IP : 58.8.154.61


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.