หน้ารวมกระทู้ > ท่องแดนสุขาวดี(พุทธเกษตร)........

ท่องแดนสุขาวดี(พุทธเกษตร)........
avatar
พุทธญาณ


**ท่องแดนสุขาวดี(พทธเกษตร)....ไปกับพุทธญาณ**

สุขาวดีพุทธเกษตร

  ชื่อสวรรค์ชั้นสุขาวดี อาจจะไม่เป็นที่คุ้นเคยนักกับชาวพุทธเถรวาท แต่ชื่อนี้จะคุ้นเคยกันดีในหมู่พุทธมหายานหรือทาง ศาสนาเต๋า

ในทางพุทธศาสนาแบบเถรวาท จะจัดชั้นของสุขคติภูมิ ออกเป็นภูมิมนุษย์, สวรรค์ 6 ชั้น, พรหม 16 ชั้น และอรูปพรหมอีก 4 ชั้น พวกเราจึงคุ้นเคยกันเพียงว่า สวรรค์ จะหมายถึง 6 ชั้น ซึ่งเป็นกามาวจรกุศล

ความจริงภูมิต่างๆ ที่แบ่งกันแบบที่เรารู้จักกันดีที่ว่านี้ เป็นเพียงภูมิหลักๆ เท่านั้น ในโลกของวิญญาณมีภูมิย่อยละเอียดอีกมาก มาย ตามกลุ่มประเภทหรือวาสนาบารมีของสัตว์โลกที่สั่งสมกันมากรรมดี-กรรมชั่ว ของสัตว์โลกจะจำแนกสัตว์โลกเป็นกลุ่มๆ พวกๆ ตามกรรมของพวกเขาเองกรรมแบบเดียวกันจะเป็นกลุ่มพวกเดียวกันไปเอง

ในทางพุทธมหายานแบบจีน ซึ่งผสมผสานกับแนวของเต๋า เขาจะเรียกสุขคติภูมิที่สูงกว่ามนุษย์ขึ้นไปทั้งหมดว่า สวรรค์ ดังนั้น คำว่า สวรรค์ของเขาจึงกินความกว้างเทียบกับที่เราคุ้นเคย ตั้งแต่ระดับของภูมิของภุมมะเทวดา หรือจาตุมหาราชิกาไปจนถึง
นิพพาน ซึ่งเขา แบ่งกลุ่มระดับเป็น 4 ระดับ คือ

1. ระดับล่าง
2. ระดับกลาง
3. ระดับสูง
4. ระดับสุขาวดี

ถ้าสูงกว่านั้นคือ นิพพานทางฝ่ายมหายานและเต๋าเชื่อว่าในระดับสุขาวดีนั้นผู้ที่ไปอุบัติขึ้น ได้ในชั้นนี้จะสามารถบำเพ็ญธรรม ต่อไปชั้นสุขาวดีนี้จนบรรลุมรรคผลเป็นพระอรหันต์ เข้าสู่นิพพานไปเลยได้โดยไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีก แต่ตอนที่ยัง อยู่ในดินแดนสุขาวดีนี้อาจจะลงมาเกิดเป็นมนุษย์อีกก็ได้ ถ้าปรารถนาจะเกิดเอง ซึ่งถ้ากลับมาเกิดก็เป็นการเข้าสู่วัฏจักรเดิม การได้เกิดชั้นสุขาวดีจึงอาจถือว่าพ้นการเวียนว่ายตายเกิดก็ได้ (ถ้าไม่ปรารถนาจะลงมาเกิดอีก) แต่ยังต้องบำเพ็ญธรรมเพื่อ ความหลุดพ้นเข้านิพพานอยู่

ดังนั้นในระดับสุขาวดีจึงเป็นที่ปรารถนาจะไปเกิดกันอย่างยิ่งในหมู่ชาวพุทธมหายานและศาสนิกชนเต๋าโดยผู้ได้ไปเกิดในระดับ สุขาวดีนี้อาจจะยังไม่สามารถบรรลุผลใดๆ เลยก็ได้เพียงแต่ต้องสั่งสมบุญให้เพียงพอ ไม่เหมือนกับแดนพรหมชั้นสุทธาวาส ที่ผู้ไปเกิดในแดนระดับนี้จะบรรลุมรรคผลเข้านิพพานได้ในชั้นสุทธาวาสนี้ไม่ต้องกลับไปเวียนว่ายตายเกิดอีกเช่นกัน แต่ผู้จะ ไปเกิดในชั้นสุธาวาสได้ จะต้องบรรลุธรรมถึงระดับเป็นพระอนาคามีบุคคลเสียก่อน การไปเกิดในสุทธาวาสจึงยากมากไม่ เหมือนในสุขาวดีที่ไม่ต้องบรรลุธรรมเป็นพระอนาคามีก่อนก็ได้ ในสวรรค์ชั้นสุขาวดีนั้น จะเป็นแดนที่ประทับของพระ โพธิสัตว์ ต่างๆ (ทางมหายาน) เช่น พระกวนอิม พระมหาสถามปราบต์โพธิสัตว์ เป็นต้น หรือผู้ที่ปฏิบัติในแนวทาง โพธิสัตว์ที่บรรล ุโพธิสัตว์ภูมิ (ตามคติมหายานแม้บารมีมีเต็มแต่ยังไม่ยอมเข้านิพพานยังคอยโปรดสัตว์โลกอยู่รวมทั้งเทพเจ้าทั้งหลายที่บำเพ็ญ บรรลุธรรมตามแนวทางของเต๋า (ซึ่งทางจีนจะเรียกว่าเป็น วิสุทธิเทพ) ท่านเหล่านี้ยังคอยโปรดสัตว์โลกอยู่เช่นกัน

นอกจากนี้ในระดับสุขาวดีนี้ เป็นระดับที่มีพุทธเกษตรต่างๆ อยู่มากมาย พุทธเกษตร หมายถึง แดนที่มีพระพุทธเจ้า (พระฌานีพุทธเจ้า) ประทับเป็นประธาน (หรือผู้ปกครองแดน) อยู่ที่มีชื่อเสียงมากและเป็นที่ปรารถนาจะได้ไปเกิดกันมากใน หมู่ชาวพุทธมหายานก็คือ สุขาวดีพุทธเกษตรของพระอมิตาภะพุทธเจ้า การบำเพ็ญบุญปฏิบัติธรรมเพื่อสั่งสมบารมีให้เพียงพอ และการผูกจิตมั่นต่อแดนนี้ (เช่นการภาวนาถึงพระนามของพระอมิตาภะ) จะสามารถทำให้ไปเกิดในแดนนี้ได้ ซึ่งจะได้มีโอกาสฟังธรรม จากพระพุทธเจ้า และปฏิบัติธรรม จนบรรลุมรรคผลเข้านิพพานพ้นทุกข์โดยเด็ดขาดได้ต่อไป และสภาพเป็นอยู่จะเป็นสุขตลอดไม่มีความยากลำบากเลย เพราะเป็นสุขคติภูมิ ถึงแม้ว่าจะบรรลุมรรคผลเข้านิพพานได้ อาจกินเวลานานนับเป็นเวลาหลายๆ กัลป์แต่ก็เป็นสุขตลอดกาลนั้น ไม่เหมือนการเกิดมาเป็นมนุษย์ บำเพ็ญปฏิบัติ แม้ว่าอาจบรรลุถึงธรรมถึงนิพพานได้เร็ว แต่ก็ทุกข์ยากและเสี่ยงกับการพลาด พลั้งต้องไปเกิดในทุคติวินิบาตนรก ซึ่งจะยิ่งทำให้ล่าช้า และทุกข์มหันต์อย่างยิ่ง

สุขาวดีพุทธเกษตร จึงเป็นแดนบรมสุขแดนหนึ่งที่น่าไปหวังไว้อย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่ไม่อาจจะปฏิบัติธรรมจนบรรลุมรรคผลได้ใน ชาติปัจจุบัน



ผู้ตั้งกระทู้ .. ( ) ::วันที่ 18-01-2006 04:16:51
ความเห็นที่ 1 (361249)

แดนสุขาวดี(พุทธเกษตร)



สุขาวดี หรือพุทธเกษตร คือ อะไร ? อยู่ที่ไหน? มีลักษณะ สภาพอย่างไรบ้าง? มีใครอยู่อาศัยมากน้อยเพียงไร มีคุณลักษณะอย่างไร ? มีเกิดมีตายอีกบ้างไหม?

 

Last Update : 9 มกราคม 2549 14:29:30 น.
6 comments



ปุจฉา-แดนพุทธเกษตรหรือแดนสุขาวดี มีลักษณะเป็นอย่างไรบ้าง? เปรียบเทียบกับโลกมนุษย์หรือสวรรค์ชั้นใดได้บ้าง และอยู่ตรงส่วนไหนของสวรรค์ชั้นดุสิต มีผู้อยู่มากน้อยเพียงใด ?มีภูมิจิตภูมิธรรมระดับใดบ้าง? พระอรหันต์มีบ้างไหม?

วิสัชนา-แดนสุขาวดี มีแต่สุขอย่างเดียว ไม่มีทุกข์ แม้สักปลายเล็บก้อย เปรียบเทียบไม่ได้กับความสุขในโลกมนุษย์ มันไม่ได้สุขกาย ไม่สุขใจ แต่มันสุขเข้าไปในเบื้องลึกของจิต .....อยู่ตรงส่วนไหนของสวรรค์ชั้นดุสิต ไม่ทราบ เพราะไม่เคยไป ต้องถามคนเคยไป ขอให้คนเคยไปมาช่วยตอบด้วย รู้แต่ว่า'จิตวิญญาณ' ทุกดวงที่เกิดมา ไม่ว่าคนหรือสัตว์ ฯลฯ ล้วนปรารถนาที่จะไปสู่แดนสุขาวดีทุกดวง ต้องละกาย-ละกาม-ละความเห็นผิด ส่วนใหญ่เป็นคนที่หมดกิเลสแล้ว.....

 

โดย: ธรรมญาณdhammayan@gmail.com (Sukhawadee ) วันที่: 10 มกราคม 2549 เวลา:11:53:36 น.

ในพระสูตร พุทธศาสนามหายาน ที่กล่าวถึงเรื่องราวของพระอมิตตาพุทธะ และ แดนสุขาวดี โลกธาตุ ไว้อย่างชัดเจนมีอยู่ด้วยกัน เท่าที่ผม ค้นคว้ามา จะมี อยู่ อย่างน้อย 3 พระสูตร

1. มหาสุขาวดีวยูหสูตร หรือ มหาอมิตายุสูตร
2. อมิตายุรธยานสูตร
3. จุลสุขาวดียุหสูตร หรือ อมิตายุสูตร

สวรรค์ชั้นดุสิต ไม่ใช่ แดนสุขาวดี

โลกธาตุ ที่เราอยู่ เค้าเรียก ว่าโลกธาตุแห่งความเสื่อม มีชาติ ชรา มรณะ บีบคั้นตลอด มองว่าไม่น่าอยุ่ ไม่น่าเกิด สำหรับบางคน แต่ ในทางธรรม ใคร ทำบารมีในโลกธาตุแห่งนี้ ลำบากก็จริง แต่ บารมีเข้มข้น กว่าที่ อื่น เช่น เราทำดี ในโลกธาตุใบนี้ 1 คืน ที่อื่น อาจใช้เวลาเป็น กัปป์ๆ

แดนสุขาวดี แท้จริง คือ สุขาวดีโลกธาตุ เป็นโลกธาตุหนึ่งเลย อยู่ทางทิศตะวันตก ผ่าน โลกธาตุ มากมาย นับไม่ถ้วน
ไร้ นรก เปรต อสุรกาย เดรัจฉาน กามภพ รุปภพ อรุปภพ
มีแต่ พระโพธิสัตว์ ล้วนๆ มีบัวเก้าชั้น ให้บำเพ็ญ บารมีธรรม
ตั้งแต่ ชั้นแรก ถึง ชั้น บนสุด ชั้นที่ เก้า ใครขยันบำเพ้ญก็ สำเร็จธรรมไว ใครไม่ค่อยขยัน(เพราะมันสบาย เหลือเกิน ด้วย บารมีพระอมิตตา) อาจ นานเป็น อสงไขย แต่ยืนยันว่า สิ่งแวดล้อม มีแต่ กุศล ด้วย บารมีพระอมิตตา ล้วนๆ ครับ



เท่า ที่ผมทราบมา ผิดพลาดประการใด อภัยด้วย

 

โดย: ดีใจจัง ยังหายใจอยู่ IP: 58.11.86.56 วันที่: 14 มกราคม 2549 เวลา:17:50:10 น.

ผม หา พระสูตรอันแรก มาให้อ่านครับ อีก 2 พระสูตร หาเอง นะครับ

พระอมิตายุสูตร (จากฉบับแปลจีนของพระกุมารชีพ)

พระอมิตายุสูตร นายเลียง เสถียรสุต แปล (จากฉบับแปลจีนของพระกุมารชีพ) ตีพิมพ์ครั้งแรกโดย ห้องสมุดวัดโพธิ์แมนคุณาราม พ.ศ. 2521

ข้าพเจ้าได้สดับมาดังนี้, สมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาค เสด็จอยู่ในเขตวนารามของท่านอนาถปิณฑกะ ณ กรุงสาวัตถี พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ 1,250 รูป เป็นพระเถระมหาสาวกล้วนแต่พระอรหันต์เจ้า เป็นที่เคารพของหมู่ชน

เช่นพระสารีบุตรเถระ , พระมหาเมาทคัลยายนะ , พระมหากาศยปะ , พระมหกาตยายน , พระมหาเกาษฐิละ , พระเรวตะ , พระศุทธิปันถกะ , พระนันทะ , พระอานันทะ , พระราหุละ , พระความปติ , พระปิณโฑลภรัทวาช , พระกาโลทยิน , พระมหากัปปิณะ , พระวักกุละ และพระอนิรุทธะ กับพระสาวกอื่นอีกมากหลาย

ตลอดจนพระโพธิสัตต์ มหาสัตต์เป็นอันมาก เช่นพระมัญชุศรีโพธิสัตต์ , พระอชิตโพธิสัตต์ , พระคันธหัสดีโพธิสัตต์ , พระนิตโยทยุกตโพธิสัตต์ , มหาสัตต์อื่นอีกมากมาย และท้าวศักระจอมเทพ กับเทพบุตรอื่นๆเป็นอันมาก

ณ กาลนั้น พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกับพระศาริบุตรผู้มีอายุว่า ดูก่อนศาริบุตร! ในทิศาภาคเบื้องตะวันตก นับแต่พุทธเกษตรนี้ไปแสนโกฏิพุทธเกษตร มีโลกธาตุหนึ่ง นามว่าสุขาวดี อันเป็นที่ประทับอยู่แห่งพระอมิตายุตถาคตสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ยังทรงแสดงธรรมอยู่ในกาลบัดนี้

ศาริบุตร! เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน? เหตุดังฤาโลกธาตุนั้นจึงได้นามว่าสุขาวดี สัตว์ทั้งหลายในโลกธาตุนั้น ไม่มีทุกข์เลย มีแต่เหตุแห่งสุข เหตุดังนั้น โลกะตุนั้นจึงได้นามว่า สุขาวดี

ดูก่อนศาริบุตร! อนึ่ง สุขาวดีโลกธาตุประดับประดาแวดล้อมไปด้วยกำแพง 7 ชั้น ข่ายกระดึง 7 ขั้น ไม้ต้น 7 แถว ล้วนเป็นรัตนะ 4 ประการ เหตุดังนั้นโลกธาตุนั้นจึงได้นามว่า สุขาวดี

ดูก่อนศาริบุตร! อนึ่ง สุขาวดีโลกธาตุมีสระโบกขรณีทั้งหลายอันแล้วด้วยรัตนะ 7 ประการ เปี่ยมด้วยอัษฎางคิกวารีรายระยับไปด้วยทรายทอง และมีบันได 4 บันไดโดยรอบทั้ง 4 ทิศ งดงามน่าดูด้วยรัตนะ 4 ประการ คือ ทอง, เงิน, ไพฑูรย์, ผลึก มีหอเรือนประกอบด้วย ทอง, เงิน, ไพฑูรย์, ผลึก, ทับทิม, มรกตและบุศราคัม สระโบกขรณีเหล่านั้น มีดอกปทุมอันมีธรรมชาติ, สี, แสง, ความน่าดู, เขียว, เหลือง, แดง, ขาวใหญ่ประมาณเท่ากงเกวียน, และหอมกรุ่น ศาริบุตรเอย! พุทธเกษตรนั้นประดับด้วยองคคุณประจำพุทธเกษตรเห็นปานนี้

ดูกรศาริบุตร! อนึ่ง ในพุทธเกษตรนั้น มีทิพยดนตรีอันบรรเลงอยู่เป็นนิตย์ มหาปฐพีก็มีเป็นทองคำน่ารื่นรมย์ มีฝนเป็นดอกมณฑารพอันเป็นทิพย์ตกคืนละ 3 ครั้ง วันละ 3 ครั้ง สัตว์ที่เกิดในพุทธเกษตรนั้น ย่อมไปสู่โลกธาตุอื่น ถวายบังคมพระพุทธเจ้าแสนโกฏิพระองค์ชั่วเวลาอาหารคราวหนึ่ง ใช้ฝนดอกไม้แสนโกฏิเกลี่ยลงบูชาพระตถาคตเจ้าแต่ละองค์ แล้วกลับมาสู่โลกธาตุนั้นแลอีก รับประทานอาหารและเดินจงกรม ศาริบุตร! เอย พุทธเกษตรนั้นประดับด้วยองคคุณประจำพุทธเกษตร เห็นปานนี้

 

โดย: ดีใจจัง ยังหายใจอยู่ IP: 58.11.86.56 วันที่: 14 มกราคม 2549 เวลา:17:53:02 น.

ดูก่อนศาริบุตร! อนึ่ง ในพุทธเกษตรนั้น มีนกกะเรียน นกยูง นกแก้ว นกศารี นกการะเวก และนกชิ่วชีวะ ประชุมกันขับประสานเสียงของตนคืนละ 3 ครั้ง วันละ 3 ครั้ง เสียงของปวงนกที่ประสานกันนั้น ย่อมเปล่งประกายอินทรีย์ 5 พละ 5 และโพชฌงค์ 7 มรรค 8 มนุษย์ทั้งหลายในพุทธเกษตรนั้น ฟังเสียงนั้นแล้วย่อมเกิดมนสิการในพระพุทธ, พระธรรม, พระสงฆ์

ศาริบุตร! เธอจะสำคัญความข้อนั้นว่า สัตว์เหล่านั้นเป็นผู้เกิดในกำเนิดดิรัจฉานกระนั้นหรือ? เธอไม่พึงเห็นอย่างนั้นเลย ข้อนั้น เพราะเหตุดังฤา, ศาริบุตร! แม้แต่ชื่อแห่งนรก กำเนิดดิรัจฉาน และยมโลก ก็ไม่มีในพุทธเกษตรนั้น หมู่นกเหล่านั้นพระอมิตายุ ตถาคตเจ้าทรงนิรมิตขึ้นให้เปล่งเสียงประกาศพระธรรมต่างหาก

ดูก่อนศาริบุตร! อนึ่ง แถวไม้ต้นและข่ายกระดึงทั้งหลายในพุทธเกษตรนั้น เมื่อลมโชยมากระทบ ย่อมเปล่งเสียงไพเราะจับใจ ดุจเสียงดนตรีมีเครื่องประกอบแสนโกฏิ อันบรรเลงแล้วมนุษย์ในพุทธเกษตรนั้น สดับเสียงนั้นแล้ว ย่อมมีพุทธานุสสติ ธัมมานุสสติ สังฆานุสสติ ตั้งอยู่ในกาย ศาริบุตรเอย! พุทธเกษตรนั้นประดับด้วยองคคุณประจำพุทธเกษตรเห็นปานนี้

ดูก่อนศาริบุตร! เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน? เหตุดังฤา พระตถาคตเจ้านั้นจึงได้พระนามว่า อมิตาภะ รัศมีแห่งพระตถาคตเจ้านั้น สว่างไป ไม่ติดขัดในพุทธเกษตรทั้งปวง เหตุดังนั้นพระองค์จึงได้พระนามว่า อมิตาภะ อนึ่งพระตถาคตเจ้าและมนุษย์เหล่านั้นมีประมาณแห่งอายุอันปริมาณมิได้, เหตุดังนั้น พระองค์จึงได้พระนามว่า อมิตายุ อนึ่งพระตถาคตเจ้านั้น ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณมาแล้วได้ 10 กัลป์

อนึ่ง ศาริบุตร พระตถาคตเจ้าพระองค์นั้น มีพระสาวกอันเป็นจำนวนอประไมยอสงไขยล้วนแต่พระอรหันตเจ้า อันไม่อาจประมาณด้วยจำนวนได้ เหล่าพระโพธิสัตต์ก็เช่นกัน ศาริบุตร พุทธเกษตรนั้นประดับประดาด้วยองคคุณประจำพุทธเกษตรเห็นปานนี้

ดูก่อนศาริบุตร! สัตว์ที่เกิดขึ้นในพุทธเกษตรนั้น เป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ต้องกลับมาเกิดอีก เกี่ยวเนื่องอยู่เพียงชาติเดียว การนับประมาณพระโพธิสัตต์นั้น มิใช่ทำได้โดยง่าย นอกจากจะนับว่าอประไมยอสงไขย

ศาริบุตร สัตว์ทั้งหลายที่ได้ยินได้ทราบแล้ว ย่อมต้องตั้งปณิธานที่จะไปเกิดในเกษตรนั้น ข้อนั้นเพราะเหตุใด เพราะจะได้ร่วมอยู่กับสัตบุรุษเห็นปานนั้น ศาริบุตร! สัตว์ทั้งหลายย่อมบังเกิดในพุทธเกษตร มิใช่ด้วยบุญกุศลมูลเพียงเล็กน้อย


ศาริบุตร! กุลบุตรหรือกุลธิดาไรๆ จักได้สดับพระนามของพระอมิตายุตถาคตเจ้านั้น ครั้นสดับแล้วจักมนสิการ มีจิตไม่ซัดส่ายสับสนตลอดวันหนึ่ง หรือ 2 วัน หรือ 3, 4, 5, 6, 7 วัน เมื่อกุลบุตรหรือกุลธิดานั้นจักสิ้นชีพ พระอมิตายุตถาคตเจ้านั้น อันสาวกสงฆ์แวดล้อมจักปรากฏเบื้องหน้าเขากำลังสิ้นชีพ เขาย่อมมีจิตสงบ ไม่หลงผิด แล้วก็จะไปเกิดในสุขาวดีโลกธาตุอันเป็นพุทธเกษตรของพระอมิตายุตถาคตเจ้านั้นแล

ศาริบุตรเอย! เหตุดังนั้นแหละ เราเห็นอำนาจประโยชน์นี้จึงกล่าวว่า กุลบุตรหรือกุลธิดาเมื่อทราบธรรมนี้ แล้วพึงตั้งจิตปณิธานที่จะไปเกิดในพุทธเกษตรนั้น

ดูก่อนศาริบุตร! เราประกาศเรื่องโลกธาตุนั้นอยู่ในบัดนี้ ฉันใดพระตถาคตเจ้าทั้งหลายในทิศบูรพา เป็นต้นว่า พระอักโษภยตถาคต พระเมรุธวัชตถาคต พระเมรุประภาสตถาคต พระมัญชุธวัชตถาคต กับพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทั้งหลายในทิศบูรพา อุปมาด้วยเมล็ดทรายในคงคานทีก็ฉันนั้นแล ต่างอธิบายประกาศทั่วพุทธเกษตรว่า " ท่านทั้งหลาย จงเชื่อฟังธรรมบรรยายนี้ อันประกาศซึ่งคุณเป็นอจิณไตย อันได้นามว่าได้รับความคุ้มครองแห่งพุทธเจ้าทั้งปวง "

ดูก่อนศาริบุตร! พระตถาคตเจ้าทั้งหลายในทิศทักษิณ เป็นต้นว่า พระจันทรสูรยประทีปตถาคต พระยศประภะตถาคต พระมหารุจิสกันธตถาคต พระเมรุประทีปตถาคต พระอนันตวีรยตถาคต กับพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทั้งหลายในทิศทักษิณ อุปมาด้วยเมล็ดทรายในคงคานทีก็ฉันนั้น ต่างอธิบายประกาศทั่วพุทธเกษตรว่า " ท่านทั้งหลายจงเชื่อฟังธรรมบรรยายนี้ อันประกาศซึ่งคุณเป็นอจิณไตย อันได้นามว่าได้รับความคุ้มครองแห่งพระพุทธเจ้าทั้งปวง "

ดูก่อนศาริบุตร! พระตถาคตเจ้าทั้งหลายในทิศประจิม เป็นต้นว่า พระอมิตายุตถาคต พระอมิตาสกันธตถาคต พระอมิตธวัชตถาคต พระมหาประภะตถาคต พระมหารัตนเกตุตถาคต พระศุทธรัศมีประภะตถาคต กับพระผู้มีพระภาคเจ้าทั้งหลายในทิศประจิม อุปมาด้วยเมล็ดทรายในคงคานทีก็ฉันนั้น ต่างอธิบายประกาศทั่วพุทธเกษตรว่า " ท่านทั้งหลายจงเชื่อฟังธรรมบรรยายนี้ อันประกาศซึ่งคุณเป็นอจิณไตย อันได้นามว่าได้รับความคุ้มครองแห่งพระพุทธเจ้าทั้งปวง "

 

โดย: ดีใจจัง ยังหายใจอยู่ IP: 58.11.86.56 วันที่: 14 มกราคม 2549 เวลา:17:53:51 น.

ดูก่อนศาริบุตร! เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน เพราะเหตุดังฤา ธรรมบรรยายนี้จึงได้นามว่า " ได้รับความคุ้มครองแห่งพระพุทธเจ้าทั้งปวง " ศาริบุตร! กุลบุตรหรือกุลธิดาไรๆ จักได้สดับนามแห่งธรรมบรรยายนี้ และจักทรงจำพระนามแห่งพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าเหล่านั้น กุลบุตรกุลธิดาทั้งปวงนั้น จักเป็นผู้อันพระพุทธเจ้าคุ้มครอง จักไม่กลับกลายในอนุตตรสัมมาสัมโพธิ ศาริบุตร! เหตุนั้นแล ท่านทั้งหลายจงเชื่อฟัง อย่าสงสัยต่อเรา และพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทั้งหลาย

ศาริบุตร! กุลบุตรหรือกุลธิดาไรๆ จักทำหรือทำแล้ว หรือกำลังทำซึ่งจิตตปณิธาน ที่จะไปเกิดในพุทธเกษตรของพระอมิตายุตถาคตผู้มีพระภาคนั้น กุลบุตรหรือกุลธิดาทั้งปวงนั้น จักไม่กลับกลายในอนุตตรสัมมาสัมโพธิ และจักเกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นแล้ว หรือกำลังเกิดขึ้นในพุทธเกษตรนั้น, ศาริบุตรเอย! เหตุนั้นแล กุลบุตรหรือกุลธิดาผู้มีศรัทธา จึงควรทำจิตตปณิธานให้เกิดขึ้นในพุทธเกษตรนั้น

ดูก่อนศาริบุตร! เราประกาศคุณอันเป็นอจินไตยของพระผู้มีพระภาคเจ้าเหล่านั้นในกาลบัดนี้ฉันใด พระผู้มีพระภาคเจ้าเหล่านั้นก็ฉันนั้นเหมือนกัน ย่อมทรงประกาศคุณอันเป็นอจินไตย แม้ของเราอย่างนี้ว่า พระศากยมุนีผู้มีพระภาค ทรงทำกรรมที่ทำได้โดยยากยิ่ง ทรงตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณอันยอดเยี่ยมในสหโลกธาตุ แล้วทรงแสดงธรรมอันให้ผลแก่โลกทั้งปวง ในท่ามกลางความเสื่อมแห่งกัลป์ ความเสื่อมแห่งสัตว์ ความเสื่อมแห่งทิฏฐิ ความเสื่อมแห่งอายุ ความเสื่อมเพราะกิเลส

ดูก่อนศาริบุตร! ข้อที่เราตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณอันยอดเยี่ยมในสหโลกธาตุแล้ว แสดงธรรมอันให้ผลแก่โลกทั้งปวง ในท่ามกลางความเสื่อมทั้ง 5 เป็นสิ่งที่ทำได้ยากยิ่งแม้ของเรา

พระผู้มีพระภาคตรัสเรื่องนี้จบลงแล้ว พระศาริบุตรและพระภิกษุทั้งหลาย ตลอดจนสัตว์โลกกับทั้งเทวา มนุษย์ อสูร ก็พากันมีใจยินดีชื่นชมภาษิตของพระผู้มีพระภาคเจ้า มีศรัทธาปสาทะน้อมรับปฏิบัติตาม ถวายบังคมแล้วต่างหลีกไป


http://www.buildboard.com/viewtopic.php?id=1967&topic=7912&fx=0&forum=6715&6

 

โดย: ดีใจจัง ยังหายใจอยู่ IP: 58.11.86.56 วันที่: 14 มกราคม 2549 เวลา:17:54:44 น.


ผู้แสดงความคิดเห็น โพธิสัตต์ ( potisat@yahoo.com ) วันที่ 18-01-2006 15:23:43
ความเห็นที่ 2 (362068)

พุทธเกษตรหรือ แดนสุขาวดี

แดนพุทธเกษตร หรือที่เรียกกันว่า แดนสุขาวดีนั้น เป็นแดนถิ่นที่อยู่ของใคร ? อยู่ที่ไหน ? มีลักษณะ สภาพพิเศษเป็นอย่างไรบ้าง ?...

 

Last Update : 30 ธันวาคม 2548 10:55:41 น.
3 comments



ปุจฉา-แดนพุทธเกษตรหรือแดนสุขาวดี มีลักษณะเป็นอย่างไรบ้าง? เปรียบเทียบกับโลกมนุษย์หรือสวรรค์ชั้นใดได้บ้าง และอยู่ตรงส่วนไหนของสวรรค์ชั้นดุสิต มีผู้อยู่มากน้อยเพียงใด ?มีภูมิจิตภูมิธรรมระดับใดบ้าง? พระอรหันต์มีบ้างไหม?

วิสัชนา-แดนสุขาวดี มีแต่สุขอย่างเดียว ไม่มีทุกข์ แม้สักปลายเล็บก้อย เปรียบเทียบไม่ได้กับความสุขในโลกมนุษย์ มันไม่ได้สุขกาย ไม่สุขใจ แต่มันสุขเข้าไปในเบื้องลึกของจิต .....อยู่ตรงส่วนไหนของสวรรค์ชั้นดุสิต ไม่ทราบ เพราะไม่เคยไป ต้องถามคนเคยไป ขอให้คนเคยไปมาช่วยตอบด้วย รู้แต่ว่า'จิตวิญญาณ' ทุกดวงที่เกิดมา ไม่ว่าคนหรือสัตว์ ฯลฯ ล้วนปรารถนาที่จะไปสู่แดนสุขาวดีทุกดวง ต้องละกาย-ละกาม-ละความเห็นผิด ส่วนใหญ่เป็นคนที่หมดกิเลสแล้ว.....

 

โดย: ธรรมญาณdhammayan@icqmail.com IP: 202.47.238.194 8 มกราคม 2549 17:03:14 น.


เรื่องของพระโพธิสัตว์ซึ่งมีหลายระดับ พุทธภูมิ แดนพุทธเกษตรหรือแดนสุขาวดีนั้น ไม่มีตำราใดที่ให้ศึกษาได้เท่าที่ควร ผู้สนใจจะต้องค้นหาศึกษาเอาเอง ตามวาสนาบารมีแห่งตน เราได้ศึกษา รวบรวม ค้นคว้าจากท่านผู้รู้ หนังสือ บทความต่างๆมาเป็นเวลานานหลายปี หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์สำหรับเยาวชนและผู้สนใจในเรื่องนี้โดยเฉพาะต่อไป กุศลใดอันพึงมีจากกระทู้นี้ ขอจงเป็นพลวปัจจัยให้ข้าพเจ้าสำเร็จ/ได้รู้ธรรมนั้นเช่นเดียวกับพระบรมมหาโพธิสัตว์เจ้าทั้งหลายด้วยเทอญ.......สาธุ ๆ ๆ.....นิพพานะ ปัจจโย โหตุ.......

IP :

ลบ หากต้องการลบคำถามนี้ คำตอบภายในคำถามนี้จะถูกลบออกทั้งหมด

No. 1 (35350) Post : Admin Date : 11 Jan 2005 18:37 IP :
ดอกบัวบานในแดนพุทธเกษตร

ที่กล่าวว่าดอกบัวบานในแดนพุทธเกษตรบนสวรรค์สุขาวดีนั้นหมายถึงอะไรคะ


From: เอมอร เชียงใหม่ [10 Jul 2003 12:00] Viewer [49] Answer[3] delete




Response no.1 From: ธรรมญาณ
10 Jul 2003 19:04 #273753 delete

ขอบคุณครับคุณเอมอร รู้สึกว่าคุณเอมอรมีความรู้ในเรื่องพุทธศาสนาค่อนข้างดีทีเดียว มีความสนใจสอบถามมาบ่อยๆ ผมยินดีตอบให้ทุกคำถามทีเดียวครับ.....ดอกบัวบานในแดนพุทธเกษตรหมายถึงตัวตรัสรู้ ตัวรู้แจ้ง โลกคือความมืด ความไม่รู้ บัวตูมคือใจ จิตเป็นตัวรู้ เป็นธาตุรู้คือดอกบัวบาน ดอกบัวบานเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงบารมีของพระอรหันต์ เมื่อดอกบัวบาน10ดอกบนแดนสุขาวดี(พุทธเกษตร)ก็แสดงว่าบารมีท่านเต็มแล้วสำเร็จพระอรหันต์แล้ว(บารมี10ทัศ) ถ้าดอกบัวบานถึง15 ดอกบารมีเต็มที่ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้าได้ หรือเป็นพระโพธิสัตว์ได้(บารมี30ทัศ)ครับ....





Response no.2 From: เนิน นราธร
27 Aug 2003 12:20 #306581 delete

ท่านผู้รู้แจ้งว่าสมเด็จพระนเรศวรมหาราชผู้เป็นพระโพธิสัตว์องค์หนึ่งที่จะได้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต ปกติพระอรหันต์ก็ดี พระปัจเจกพุทธเจ้า หรือพระโพธิสัตว์อื่นๆบำเพ็ญบารมีก็มีดอกบัวบานทีละดอก ส่วนของพระนเรศวรผู้เป็นพระโพธิสัตว์ฝ่ายปราบมาร ดอกบัวของท่านจะบานทีเดียวครั้งละ10 ดอก นี่ครับพระบารมีท่านขนาดไหนก็คิดเอาเองครับ....





Response no.3 From: โอ่
28 Oct 2004 21:44 #710406 delete

ในนิกายหินยานไม่มีพุทธเกษตร แต่จะบอกว่าชั้นพรหมโลกลงมา จนถึงสวรรค์ชั้นกาม แล้วมนุษย์โลกสี่ทวีป นรก (รวมภพน้อยภพใหญ่อีก 2000) เป็น 1 จักรวาล จักรวาลรวมกัน 1000 จักรวาล เรียกว่า 1 โลกธาตุ โลกธาตุมีทั้งหมด 1 หมื่นโลกธาตุ เทวดาไม่มีทางที่จะไปให้ทั่วโลกธาตุได้ เพราะกว้างขวางมาก เพราะหมื่นโลกธาตุเท่ากับแสนโกฏิจักรวาล (และไม่มีพุทธเกษตรในแสนโกฏจักรวาลเลย) เพราะโครงสร้างของจักรวาลจะอยู่ในรูปแบบเดียวกัน ใน 1 โลกธาตุจะมีมนุษย์ 4 พันทวีป มีดุสิต 1000 ดุสิต มีดาวดึงส์ 1000 ดาวดึงส์ มีท้าวสักกะ 1000 ท้าวสักกะ มีดวงอาทิตย์ 1000 ดวง มีดวงจันทร์ 1000 ดวง นี่ขนาดโลกธาตุเดียว โลกธาตุจึงมีขนาดใหญ่กว่าจักรวาล







ลบ คำตอบนี้
No. 2 (41666) Post : Admin Date : 25 Jan 2005 14:25 IP :
พระพุทธเจ้าอมิตาภะ เจ้าแม่องค์ธรรม เจ้าแม่แห่งแดนสระทิพย์

หนึ่งพระองค์กับ2องค์หลังนี้เป็นใครคะ อยู่ที่ไหนและมีหน้าที่อะไรบ้างคะ??


From: บงกช ณ บางช้าง [15 Dec 2004 14:09] Viewer [64] Answer[2] delete




Response no.1 From: สงสัยจัง
18 Dec 2004 14:19 #755322 delete

รู้มาว่า 2 องค์หลัง เป็นผู้ที่ไม่เคยลงมาเกิดครับ..





Response no.2 From: ธรรมญาณ
20 Dec 2004 21:38 #757116 delete

พระอมิตาภะพุทธเจ้า เป็นพระพุทธเจ้าอยู่ในแดนสุขาวดีหรือสวรรค์ชั้นดุสิตที่เรียกว่า แดนพุทธเกษตร เป็นประธานของพระโพธิสัตว์ผู้จะจุติลงมาเกิดเป็นพระพุทธเจ้าต่อไป แดนพุทธเกษตร คือ สวรรค์ชั้นดุสิต เป็นที่อาศัยอยู่ของพระโพธิสัตว์ ทางจีนเรียกว่า แดนสุขาวดี

เจ้าแม่แห่งแดนสระทิพย์ คือ พระแม่ที่ดูแลสวรรค์ เป็นผู้เกิดก่อนกฎของสังสารวัฏแห่งการเวียนว่ายตายเกิด

พระแม่องค์ธรรม คือ ผู้สร้างสรรพสิ่งในจักรวาล แห่งดิน-น้ำ-ไฟ-ลม เป็นผู้ดูแลจักรวาล และเป็นประธานแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นผู้ไม่เคยลงมาเกิดในโลกมนุษย์





ลบ คำตอบนี้
No. 3 (272555) Post : กุ้ง Date : 29-10-2005 22:08:27 IP : 203.154.77.9
อยากไปจังเลยนะคะ





ผู้ตั้งกระทู้ พุทธญาณ :: วันที่ลงประกาศ 2006-01-19 09:34:11 IP : 202.47.238.253


[1]

ความเห็นที่ 1 (362192)
avatar
พุทธญาณ

**แดนสุขาวดี(พุทธเกษตร)**

สุขาวดี-เป็นแดนพุทธเกษตรขององค์พระพุทธเจ้าอมิตาภะ ผู้ทรงพระเมตตาอันยิ่งใหญ่ ทรงตั้ง
ปณิธานไว้ว่า "จะช่วยสัตว์ผู้ยากให้หมดก่อน จึงจะเสด็จสู่พระนิพพาน" และพระองค์ทรงสัญญาไว้กับมนุษย์และเทพทั้งหลายว่า" แม้ผู้ใด ได้ท่องบ่นถึงพระนามของพระองค์อยู่เสมอๆ ถ้าถึงคราวจะหมดอายุ พระองค์หรือสานุศิษย์ ไม่มารับวิญญาณผู้นั้น พระองค์จะไม่ทรงเข้าพระนิพพาน"
      ด้วยพระเมตตาอันมิได้มีขอบเขตของพระองค์นั้น ทำให้แดนสุขาวดีของพระองค์ บริสุทธิ์ บริบูรณ์ไปด้วยความร่มเย็นเป็นสุข ผู้ใดได้ผ่านไปแล้ว แม้เพียงชั่วครู่ จะหลงลืมเสียนั้นหามิได้ ด้วยอากาศที่เย็นสบาย ไม่เคยร้อน ไม่เคยหนาว สว่างด้วยอำนาจแห่งธรรม อันขาวดุจเพชรรัตน์ เหมือนกลางวัน ดังเมืองที่มีแสงอาทิตย์ แต่แสงแห่งธรรม ขาวดุจมณีเพชรรัตน์นี้ มิได้เคยร้อนอย่างแสงอาทิตย์ หากแต่เย็นและอบอุ่น พอดีกับทุกท่าน ที่ได้อยู่ ณ ที่นั้น ใครชอบหนาวหน่อย หรือใครชอบอบอุ่น ก็จะพอดีทุกคนไป เป็นของวิเศษ เกิดขึ้นเองในแดนแห่งนั้น....."สุขาวดี"!!

.....องค์พระพุทธเจ้าอมิตาภะ ทรงประทับอยู่บนวัชรอาสน์นั้น พระบรมโพธิสัตต์อวโลติเกศวร หรือพระแม่เจ้ากวนอิม ผู้ทรงเมตตายิ่ง ประทับอยู่ทางขวา พระบรมโพธิสัตต์สถามปราบต์ ผู้ทรงปัญญา ทรงประทับอยู่ทางซ้าย
.....ในห้องซึ่งแสดงธรรมนั้น เป็นห้องใหญ่ มีอักษรจีนตัวนูน ปิดทองคำสุกเหลืองอร่าม บอกให้รู้ว่า เป็นพระที่นั่งองค์หนึ่ง ซึ่งใช้เป็นที่ทรงแสดงธรรม โปรดพระสาวก-สาวิกา ทางฝาผนังห้อง ก็มีลวดลาย อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยม เป็นลวดลายต่างๆ ศิลปะฝ่ายจีนแต่ล้วนปิดทองคำเหลืองอร่ามไปทั้งนั้น......

.......และ เบื้องหน้าแห่งวัชรอาสน์ มีดอกบัวบานอยู่เต็มห้องนั้น ดูคล้ายสระน้ำ แต่ความจริง มิใช่สระ หากแต่เป็น"บัวของพระโพธิสัตต์" ท่านประทับนั่งอยู่บนดอกบัวบาน และพระอริยโพธิสัตต์ท่านกำลังฟังธรรมอยู่......

     พระจิตของพระภิกษุณีเมี่ยวซัน เสด็จเข้ามาถึงที่นั้นได้ ด้วยความเอื้อเฟื้อของท่านพระอริยโพธิสัตต์พระองค์หนึ่ง ซึ่งทรงพระเมตตาพาเข้ามาฟังธรรม พระภิกษุณีทรงกราบ แล้วประทับนั่งอยู่ ณ ที่อันควร ใกล้พระภิกษุณีผู้ชราองค์หนึ่ง ซึ่งประทับนั่งบนดอกบัว.........

.............พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม เรื่องการทำให้จิตปล่อยวาง จากภาระทั้งหลาย ให้จิตได้เข้าถึง"จิคโพธิ" เมื่อทรงทอดพระเนตรเห็นพระภิกษุณีเมี่ยวซันเข้ามากราบ ก็ทรงทักด้วยพระเมตตาว่า

"เมี่ยวซัน....จงผ่องแผ้วเถิด เจ้าได้ใช้กรรมเก่าแล้ว อีกไม่นาน จะได้กลับมาอยู่กับเรา เจ้าจงพยายามอดทน เร่งทำจิตให้ผ่องใส ธรรมใดที่ควรประพฤติปฏิบติ เจ้าจงปฏิบัติธรรมนั้น"......

พระเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งเป็นต้นภาคของพระภิกษุณีเมี่ยวซัน ตรัสทักทายอย่างสนิทสนมเหมือนญาติพี่น้อง

"เมี่ยวซัน.....เรามองเธออยู่ทุกวัน เราต้องขอชมเชยว่า เธอเป็นผู้มีความอดทน มีเมตตาสมกับเป็นพระโพธิสัตต์ จงอดทนต่อไปเถิด เธอยังมีภาระที่จะต้องช่วยเหลือบิดามารดาอีก เมื่อเสร็จแล้ว จึงค่อยกลับขึ้นมาอยู่กับเราตามเดิม".......
     (จากหนังสือประวัติพระกวนอิมมาตาฯ โดย พระมหาโพธิธรรมาจารย์ วงศ์ศากยะ ภิกษุณีโพธิสัตต์ วรมัย กบิลสิงห์ แต่งถวายด้วยความรักและเคารพยิ่ง)

ผู้แสดงความคิดเห็น พุทธญาณ วันที่ตอบ 2006-01-19 09:38:39 IP : 202.47.238.253


ความเห็นที่ 2 (1489901)
avatar
ต้อม

ขอทราบชื่อเรียกจากมนต์จีนเป็นไทย ยกตัวอย่างเช่นกิมกังเกงคือวัชรปรัชญาปารมีสูตร แล้วเล่มอื่นๆมีชื่อจีนเป็นไทยว่าอย่างไร  บทและพระสูตรต่างๆ มีทั้งไทยและจีนประกอบผู้ใดมีบ้างช่วยอนุเคราะห์เอาบุญด้วย

 

 

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ต้อม (a-dot-veerapong-at-yahoo)วันที่ตอบ 2008-06-24 09:47:06 IP : 117.47.195.241


ความเห็นที่ 3 (2959549)
avatar
นำมออามีทอฝอ

มหาสุขาวตีวยูหสูตร -- http://www.mahaparamita.com/PDF/01/001.pdf

 

อมิตายุร ธยานสูตร

http://www.mahaparamita.com/PDF/01/025.pdf

ผู้แสดงความคิดเห็น นำมออามีทอฝอ วันที่ตอบ 2009-03-11 22:24:01 IP : 114.128.100.220


ความเห็นที่ 4 (3145523)
avatar
rung

เยี่ยมมาก.........สุดยอด....

ผู้แสดงความคิดเห็น rung (rung_5791-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-12-22 09:11:26 IP : 118.172.241.22


ความเห็นที่ 5 (3262923)
avatar
ANG

ก็ที่นั่นรักกันโดยบริสุทธิ์ใจไม่โกหกไม่อิจฉาจะช่วยเหลือกันด้วยความจริงใจไม่มีคนร้ายมีแต่คนดีบุคคลที่ปราถนาที่จะอุบัติที่นั่นต้องมีคุณสมบัติแบบคนที่นั่นนะค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ANG วันที่ตอบ 2010-11-03 08:47:14 IP : 58.137.137.211


ความเห็นที่ 6 (3262932)
avatar
A

ก็คือฝึกทำที่ใจเราว่าเราทำทุกอย่างไปแล้วคนอื่นเดือดร้อนไหมเป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อคนอื่นๆไหมหรือใครเดือดร้อนหรือเปล่าค่อยๆดูและค่อยๆฝึกและก็หมั่นสวดมนต์ของท่านไปเรื่อยๆน่ะค่ะฝึกทำใจอย่างนี้ไปเรื่อยและก็อธิฐานไปเรื่อยๆวันหนึ่งบุญหรือจิตพร้อมท่านก็จะถูกนำพาให้ไปเจอหรือเห็นแดนแห่งนี้ว่ามีจริงหรือไม่เพื่อเพิ่มจิตศรัทธาของตัวของท่านเองว่าสิ่งที่ท่านฟังมามีจริงหรือไม่ควรปราถนาแบบนี้ต่อไปหรือไม่ งมงายหรือไม่ แต่ก็อยากยืนยันนะคะว่ามีจริง แต่ควรจะพิสูจน์ด้วยตัวเองด้วยการฝึกจิตของเราเองนี่แหละค่ะ ไม่ใช่หาซื้อสิ่งเหล่านี้หรือซื้อแดนนี้ด้วยเงินนะคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น A วันที่ตอบ 2010-11-03 08:59:06 IP : 58.137.137.211



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.