หน้ารวมกระทู้ > สมมุติ-วิมุติ,สัญญา-ปัญญา........

สมมุติ-วิมุติ,สัญญา-ปัญญา.......
avatar
เจโตฯ


สมมุติบังวิมุติ และ สัญญาบังปัญญา หมายความว่าอย่างไร ?แหมือนกัน หรือแตกกต่างกันอย่างไร ?

ผู้ตั้งกระทู้ เจโตฯ :: วันที่ลงประกาศ 2006-05-11 06:35:22 IP : 202.47.238.202


[1]

ความเห็นที่ 1 (469775)
avatar
พุทธญาณ

สมมุติ-คือ โลก โลก-คือสมมุติ เป็นโลกธรรม เป็นเพียงมายา เงา ภาพหลอน ฉากละครแห่งชีวิตช่วงสั้นๆเป็นโลกียะ เหมือนยาพิษอาบน้ำผึ้ง ทำให้ผู้ติดหลงในสมมุติ เป็นทุกข์ทรมาน(แต่นึกว่าเป็นสุข)อย่างไม่รู้ตัว เหมือนหนอนในกองคูถมูถที่เน่าเหม็น แสนโสโครก กระนั้น ฯ

สมมุติ-จะเป็นวิมุติได้ ก็ต้องเข้าใจสมมุติ ใช้สมมุติให้เป็น ใช้ประโยชน์จากสมมุติอย่างรู้เท่าทัน(มีสติ-รู้ตัวพร้อมเสมอ) โดยไม่ยึดติดในสมมุตินั้นๆ ใช้สมมุติเป็นเพียงเครื่องอยู่ในสังคมโลก เพื่อทำงาน ทำหน้าที่ ทำประโยชน์ให้แก่ตนเองและโลก....

หากปล่อยให้สมมุติบังวิมุติต่อไป ไม่ศึกษาเรียนรู้ ไม่ปฏิบัติธรรมเพื่อหวังผลนิพพานในภายภาคหน้า  ไหนเลยจะถึงวิมุติได้เล่า ?....

สัญญาบังปัญญา?.....

สัญญา-คือ ความจำได้หมายรู้ จากการศึกษาเล่าเรียน ความรู้ การสอบถาม ค้นคว้าจากตำรับตำรา คัมภีร์ต่างๆ ปริญญาบัตรตรี-โท-เอก ล้วนเป็นสัญญา ความจำ เป็นความรู้ทางโลก-โลกียะ เพื่อใช้ทำมาหากิน ประกอบอาชีพ เพื่อชีวิตตนและครอบครัวดำรงอยู่ได้ในโลกเพียงชาตินี้เท่านั้นเอง ซึ่งแตกต่างกับความรู้ในทางธรรมเหมือนฟ้ากับดิน ฉะนัน ฯ...

ปัญญา-คือ ความรู้จริง-เห็นจริง-และแจ้งจริง รู้ด้วยปัญญาญาณ รู้ได้โดยไม่ต้องคิดเป็นอัตโนมัติทันที เหมือนหงายของที่คว่ำ เหมือนล้างถ้วยชามที่สกปรกออกด้วยน้ำสะอาด กระนั้นแล ฯ

สัญญา-ทำให้เป็นปัญญาได้ ด้วยการเจริญสติ เอาตัวรู้-รู้ตัวทั่วพร้อมใส่เข้าไปในสัญญานั้นๆตรงๆ รู้แล้วรู้แบบเท่าทัน รู้แบบเข้าใจ รู้สักแต่ว่ารู้ รู้แล้วปล่อยวาง วางมันลงคืนสู่โลก สู่ธรรมชาติแห่งดิน-น้ำ-ลม-ไฟ ณ จุดที่มันเกิดขึ้นนั้นนั่นเอง ฯ.....

ปัญญา-หากมีพลังสูงเพียงพอ ย่อมมีอำนาจพังทะลายสัญญา ทะลายสมมุติบัญญัติลงได้ ก้าวไปสู่วิมุติ-ความว่าง-นิพพาน-ธรรมธาตุ-อสังขธาตุ ได้อย่างเต็มภาคภูมิ แล ฯ

ผู้แสดงความคิดเห็น พุทธญาณ วันที่ตอบ 2006-05-14 14:09:02 IP : 202.47.238.133


ความเห็นที่ 2 (469876)
avatar
ธรรมญาณ

วิมุติ- ความจริง คือ ดิน-น้ำ-ไฟ-ลม ที่นิรันดร....แต่ก็ไม่เที่ยง-ต้องเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา.....

ดิน-น้ำ-ไฟ-ลม....รวมตัวกัน(ความจริง) วิญญาณ-เป็นผู้รวบรวมธาตุ 4 ขึ้น โดยปฐมวิญญาณเป็นตัวยึด และเหนี่ยวรั้งขึ้นมาเป็นชีวิต-เป็นตัวตน-เป็นสมมุติว่าชาย -สมมุติว่าหญิง-เป็นตุ๊ด-ทอม-ดี้ แล้วสมมุติว่าชื่อนั้น-ชื่อนี้ แล้วยึดติด จึงลืมไปว่า ตัวตนแท้จริง คือ ดิน-น้ำ-ไฟ-ลม(ความจริง)นั่นเอง......พอหมดลม-ก็กลับบ้านเก่า ลมดับ-ไปสู่ความว่าง น้ำระเหย-กลับไปสู่สุญญตา  ไฟก็หายไปในอากาศ ดินก็กลับคืนสู่โลก ทุกอย่าง-เกิดขึ้นชั่วครั้งชั่วคราว แล้วก็เสื่อม แล้วจะมาทะเลาะกันทำไมไม่รู้ ?ให้บ้านเมืองแตกแยก จะผิดจะถูก ก็เสียสละ และรักกัน-เมตตากัน ก็หมดเรื่องแล้ว.....

ปัญหาทั้งหมด-เกิดจากสัญญา-ความจำ-ความยึดมั่นถือมั่น บ้างก็ยึดตำแหน่งในอำนาจวาสนา-บ้างก็ยึดหัวโขนที่สมมุติเป็นนั่น-เป็นนี่ หลายคนเคยเป็นนายกฯ เป็นนั่น-เป็นนี่ เราเรียกสิ่งนี้ว่า "สัญญา" ถ้ายึดสัญญา-ความจำเหล่านี้ ก็บังปัญญาเสียสิ้น เลยไม่ต้องเกิด"ปัญญา"กันพอดี-เลยแก้ปัญหาของตัวเองไม่ได้ -แล้วจะแก้ปัญหาของบ้านเมืองได้อย่างไร?........

ทั้งสมมุติ และสัญญา- ก็คือ โลก ความจริง-คือ ความเปลี่ยนแปลง แล้วมนุษย์ก็ตกอยู่ในความจริง แล้วก็พากันโกรธ ด้วยความโลภอยากได้นั่น-ไดนี่ หรืออยากไม่ได้นั่น-ไม่ได้นี่ นี่แหละ"คน" แปลว่า"วุ่นวาย"หรือ"ดี-ชั่ว" ไม่แยกแยะ หรือ แยกไม่ออกจากความจริง คือ วิมุติ นั่นเอง.......

ผู้แสดงความคิดเห็น ธรรมญาณ วันที่ตอบ 2006-05-14 16:35:29 IP : 202.47.238.133



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.