หน้ารวมกระทู้ > การแผ่เมตตา

การแผ่เมตตา
avatar
ช่อผกาฯ


การแผ่เมตตาให้แก่ตนเองและผู้อื่นตลอดจนสรรพสัตว์ เทพ พรหมต่างๆที่ถูกต้องจะต้องทำอย่างไรคะ?



ผู้ตั้งกระทู้ ช่อผกาฯ :: วันที่ลงประกาศ 0000-00-00 00:00:00 IP :


[1]

ความเห็นที่ 1 (59684)
avatar
คุณแม่ ดร.สิริ กรินชัย

1.แผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ทุกเวลาทุกสถานที่

สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ - สัตว์ทั้งหลาย ที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตาย จงอย่ามีเวรซึ่งกันและกันเลย......สุขี โหนตุ - จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด.......อัพพยาปัชฌา โหนตุ - จงอย่าพยาบาท เบีบดเบียนซึ่งกันและกันเลย......อนีฆา โหนตุ - จงอย่ามีความลำบาก จงอย่ามีความเดือดร้อน จงอย่ามีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย.........

2.แผ่เมตตาให้แก่ตนเอง.......

อะหัง สุขิโต โหมิ - ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข.......อะหัง นิททุกโข โหมิ - ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากความทุกข์........อะหัง อะเวโร โหมิ - ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากเวร.......อะหัง อัพพยาปัชโฌ โหมิ - ขอให้ข้าพเจ้า ปราศจากอุปสรรค อันตรายทั้งปวง.......สุขี อัตตานัง ปริหะรามิ - ขอให้ข้าพเจ้า จงมีสติสัมปชัญญะอยู่ทุกเมื่อ รักษากาย วาจา ใจ ให้พ้นจากความทุกข์ภัยทั้งปวงเถิด......

ผู้แสดงความคิดเห็น คุณแม่ ดร.สิริ กรินชัย วันที่ตอบ 2005-02-24 10:15:00 IP :


ความเห็นที่ 2 (59692)
avatar
พุทธญาณ

ที่หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม พระวิปัสสนาจารย์องค์สำคัญที่สุดของไทยและของผมเองขณะนี้ ท่านแนะนำไว้ว่า การแผ่เมตตาบางครั้งแผ่ไม่ออกเพราะจิตเราแข็งหรือกระด้างเกินไป ไม่อ่อนละมุนเหมาะสมกับการแผ่ส่วนบุญส่วนกุศล โดยเฉพาะก่อนหรือหลังการทำสมาธิภาวนาหรือสมถะ-วิปัสสนากรรมฐาน หากให้ได้ผลจริงๆ ควรทำการขออโหสิกรรมต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ผู้มีคุณ เจ้ากรรมนายเวรเสียก่อน แล้วจึงแผ่เมตตา แผ่ส่วนบุญกุศล คำขออโหสิกรรม ให้ว่าดังนี้......"ข้าพเจ้า ขออโหสิกรรมต่อ(พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกพระองค์ พระโพธิสัตว์เจ้าทุกพระองค์ พระอรหันต์ทุกพระองค์ พระอริยเจ้าทุกพระองค์) พ่อแม่ ครู อุปัชฌาจารย์ ผู้มีคุณทั้งหลาย (องค์พระบารมี) เทพ พรหม(ประจำตัวข้าพเจ้า) เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย(ทุกภพทุกชาติ) กรรมใดที่ข้าพเจ้าเจตนาก็ดี ไม่เจตนาก็ดี ได้ล่วงเกินท่านด้วยกาย-วาจา-ใจ หรือประมาทพลาดพลั้ง รู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ดี ก็จงอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้า จนตราบเท่าถึงพระนิพพานด้วย เทอญฯ........หลังจากนั้นค่อยแผ่เมตตา แผ่ส่วนกุศลไปตามปกติ......

(คำในวงเล็บเป็นคำต่อเติมของผมเอง ถ้าท่านเห็นว่าเหมาะสมกับท่านก็นำไปใช้ได้เลยครับ)

ผู้แสดงความคิดเห็น พุทธญาณ วันที่ตอบ 2005-02-24 10:33:00 IP :


ความเห็นที่ 3 (59693)
avatar
Admin

อานิสงส์แห่งเมตตา 8 ประการ.........พระอาจารย์เส็ง ปุสโส


สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับ ณ วัดพระเชตวัน กรุงสาวัตถี ประเทศโกศล พระผู้มีพระภาคประทานพระธรรมเทศนา เรื่องอานิสงส์เมตตา 8 ประการ แก่ภิกษุทั้งหลาย ณ ที่นั้นว่า
"ภิกษุทั้งหลาย!เมตตาเจโตวิมุติ ที่ซ่องเสพ เจริญทำมากๆ จนเป็นเหมือนยานพาหนะของจิตใจ เป็นพื้นเพของจิตใจ ทำการอบรมสั่งสมริเริ่มไว้ด้วยดีแล้ว ย่อมหวังได้อานิสงส์ 8 ประการ คือ
1.หลับสบาย 2.ตื่นสบาย 3.ไม่ฝันร้าย 4.คนรัก 5.ผีรัก 6.เทวดารักษา 7.ไฟ ยาพิษ หรือศาสตรา ไม่กล้ำกราย 8.เมื่อไม่ได้คุณวิเศษ 4 ยิ่งกว่า ก็จะได้อุบัติ ณ พรหมโลก"
ครั้นแล้วได้ตรัสพระคาถา แปลได้ว่า.....
ผู้ใดเจริญเมตตา ชนิดไม่จำกัดขอบเขตได้ ผู้นั้น เป็นคนมีสติดี กิเลสที่ผูกมัดเขา จะเบาบางลง เขาจะประสบพระนิพพาน ซึ่งเป็นภูมิหมดกิเลสตัณหา และอวิชชา ที่ทำให้ยึดมั่น ถือมั่น(สิ่งนั้นๆ)ได้
ถ้าว่า ใครไม่มีจิตร้ายๆต่อปาณสัตว์ใดๆแม้สักตัว เขาก็ได้ชื่อว่า เจริญเมตตา เมตตานั้น เป็นเหตุให้เกิดเป็นกุศลแก่เขา ใครมีใจอนุเคราะห์ปาณสัตว์ทั้งปวงอยู่ เขาก็พร้อมที่จะเป็นพระอรหันต์ สร้างแต่บุญกุศลอยู่.....


 ชัย กรุงศรี   [12 Jan 2005 14:33] Viewer [50] Answer[4]   delete 
 


 

   From: โอ่  
 12 Jan 2005 21:12 #778797    delete

กลัวบุญ (อานิสงส์การเจริญเมตตา ๗ ปี)
ตรัสสอนว่าอย่ากลัวบุญ เพราะคำว่าบุญเป็นชื่อของความสุข แล้วตรัสว่าได้เคยทรงเห็นผลเป็นที่น่าพอใจมาแล้ว คือทรงเจริญเมตตาอย่าจิต ๗ ปี ไม่ต้องเสด็จมาสู่โลกนี้ถึง ๗ สังวัฏฏวิวัฏฏกัปป์ (กัปป์เสื่อมกัปป์เจริญ ๗ สมัย) ในสังวัฏฏโลก (โลกเสื่อม) ทรงเกิดในอาภัสสพรหม, ในวิวัฏฏโลก (โลกเจริญ) ทรงเกิดในพรหมวิมานอันว่าง เป็นท้าวมหาพรหม , ทรงเคยเกิดเป็นท้าวสักกะ ๓๖ ครั้ง, เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ์ผู้ตั้งอยู่ในธรรมหลายร้อยครั้ง,


แต่ทรงเล่าต่อไปว่า ศาสดาชื่อสุเนตตะ ผู้สอนให้สาวกไปเกิดในพรหมโลก ลงมาจนเกิดในคฤหบดีมหาศาล (ในโลกนี้) แล้วตรัสเล่าถึงสุเนตตะเจริญเมตตาจิตอยู่ ๗ ปีได้ผล แต่ก็ไม่พ้นไปจากความเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นต้น ทั้งนี้เพราะมิได้ตรัสรู้ ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติอันเป็นอริยะ ส่วนพระองค์ได้ตรัสรู้ธรรม ๔ อย่างนั้นแล้ว ต่อแต่นี้จึงไม่เกิดอีก

(สุเนตตะคงเป็นชื่อของพระองค์ในอดีตชาติที่ยังไม่ได้ตรัสรู้ - โอ่)



 

  โอ่  
 12 Jan 2005 21:13 #778800    delete

โพสต์มาจากคำว่า(อย่ากลัวบุญ) แต่ข้อความเดิมหายไป ทำให้ข้อความผิดไป



 

  พุทธะปัญโญ    
 14 Jan 2005 20:47 #780724    delete

อานิสงส์แห่งเมตตา 8 ประการ(ต่อ).....(พระอาจารย์เส็ง ปุสโส)

ผู้ใด พิชิตปฐพีถึง 7 ทวีป ได้เป็นใหญ่เหนือพระราชาทั้งหลาย ทรงบำเพ็ญบุญ ประพฤติชอบ คือ
1.บำรุงไร่นา 2.สังเคราะห์คน3.บำเพ็ญประโยชน์ต่อคนทั่วไป4.จัดการอารักขาคุ้มครองประชาชน5.ปราบโจรผู้ร้าย เสี้ยนหนามแผ่นดินราบคาบ คนนอนตาหลับโดยมิต้องลงลิ่มลูกกลอนเรือนก็ได้
ถึงอย่างนั้น ก็ยังไม่ถึงเสี้ยวที่ 16 ของเมตตาจิตที่ได้เจริญดีแล้ว เหมือนปวงดาราน้อยใหญ่สู้แสงจันทร์ไม่ได้ฉะนั้น.....
ผู้ใดไม่ฆ่าสัตว์ด้วยตนเอง ไม่สั่งใครให้ฆ่าสัตว์ เขาผู้มีเมตตาจิตต่อสรรพสัตว์อยู่ ย่อมไม่มีเวรกับใครๆ
การเจริญเมตตา ที่จะให้ได้อานิสงส์ 8 ประการ ต้องเจริญจนได้เจโตวิมุติ(สมาธิขั้นอัปปนาสมาธิ=ฌาน) ต้องทำให้ชำนาญช่ำชอง จนเป็นยานพาหนะของจิตใจ เป็นพิ้นเพของจิตใจ หมายความว่า มีเมตตาเป็นพื้นจิตใจ อาศัยเมตตาเป็นยานพาหนะไปมาของจิตใจ....



 

  ชัย กรุงศรี    
 16 Jan 2005 06:42 #781654    delete


อานิสงส์เมตตาในสูตรนี้ พระองค์ทรงแสดงไว้เพียง 8 ประการ แต่ในสูตรอื่นทรงแสดงไว้ 11 ประการเพิ่มข้อ8-9-10และเลื่อนข้อ8ไปเป็นข้อ 11 ดังนี้
8.จิตเป็นสมาธิรวดเร็ว9.สีหน้าผ่องใส10.เวลาจะตาย ไม่เพ้อพกจนตายไป11.เมื่อไม่ได้คุณวิเศษยิ่งกว่า ก็จะได้อุบัติ ณ พรหมโลก
พรหมโลก เป็นโลกสันติสุข พระพรหมทุกองค์ในพรหมโลกอยู่อย่างสันติสุขของกันและกัน ทุกองค์ก็ทำเอาเองทั้งนั้น ไม่มีใครทำให้แก่ใคร แต่ก็ช่วยเหลือกันในทางเป็นธรรม พระพรหมแม้จะมาจากต่างชาติต่างศาสนากัน ก็เข้ากันได้สนิท มีเอกีภาพเป็นพวกเดียวกันได้
ปฏิปทา ที่จะพาให้บรรลุพรหมโลกนั้น พระผู้มีพระภาคทรงแสดงว่า ได้แก่รูปฌาน4 คือ ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌานและจตุตถฌาน จิตใจในฌานเสวยสันติสุข เมื่ออยู่ในฌานชั้นที่1และ2 จะมีปีติชื่นบานด้วย ครั้นขึ้นถึงชั้นที่3 สันติสุขประณีตขึ้น ปีติชื่นบานหายไป ครั้นขึ้นถึงฌานชั้นที่4 สันติสุขประณีตมาก จนความรู้สึกสุขใจหายไป มีแต่ความรู้สึกกลางๆซึ่งเป็นสุขสงบประณีต.....




 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin วันที่ตอบ 2005-02-24 10:35:00 IP :


ความเห็นที่ 4 (62372)
avatar
พุทธญาณ

เราสามารถแผ่เมตตาให้บุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่?

สวัสดีครับ ผมขอเรียนถามว่าเราสามารถแผ่เมตตาให้บุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่ หลังจากที่เราปฎิบัติธรรมการอุทิศกุศลเช่นนี้ จะถึงหรือไม่อย่างเช่นให้พ่อ แม่ ลูกๆ ที่เรียนอยู่ไกลอย่างนี้นะครับ จะมีผลหรือไม่อย่างไรครับ ขอบพระคุณครับ


From: พรชัย Mail to พรชัย  [23 Nov 2004 16:47] Viewer [64] Answer[5]   delete 


 Response no.1  From: โอ่ Mail to โอ่  
 23 Nov 2004 20:24 #733044    delete

อยากรู้ว่าความสุขที่แผ่ให้คนมีชีวิตมีผลหรือไม่นั้น อาจทดลองได้ให้คนสักสิบยี่สิบคนนั่งภาวนาแล้วแผ่ความสุขนันให้คนป่วยที่กำลังป่วยหนักพร้อมกัน หรือให้พระแผ่ให้หลังการปฏิบัติธรรม รับรองว่าคนป่วยนั้นจะรู้สึกเหมือนจะหายป่วยในช่วงเวลาสั้นๆนั้น แต่หลังจานั้นก็เจ็บป่วยอีกเหมือนเดิม เพราะบุญท่แผ่ให้นั้นไม่มากเหมือนบาปกรรมที่กำลังเสวยอยู่ การแผ่เมตตาจึงเป็นสิ่งสมควรแผ่เป็นอย่างยิ่ง



 Response no.2  From: ฐีติญาโณ Mail to ฐีติญาโณ  
 24 Nov 2004 14:32 #733656    delete

การแผ่เมตตาคือการแผ่ส่วนบุญกุศลไปให้สรรพสัตว์ถึงได้ทั้งพระอริยเจ้า พระอริยบุคคล พระสงฆ์ทั่วไป เทพ พรหม เทพเจ้า องค์บารมี เทพ พรหมประจำตัว เจ้าที่เจ้าทาง เจ้าป่าเจ้าเขา เจ้าสมุทร เจ้าเมืองพาลี แม่พระธรณี แม่พระคงคา พระนารยณ์ พระพิฆเนศร พระวิศณุ ท่านท้าวมหาพรหม พญายมราช บิดามารดา ปู่ย่าตายาย ทวด ลูกหลานเหลนโหลนได้หมด ทั้งที่มีชีวิตอยู่และตายไปแล้ว ส่วนใครจะได้รับหรือไม่อยู่ที่แรงบุญ และความสามารถในการรับบุญของผู้นั้น อย่างคนฆ่าตัวตายทำบุญทานอะไรไปให้ก็ไม่ได้รับทั้งนั้น ไม่แรงพอ เพราะเขาลงไปอยู่นรกลึกมาก ต้องบุญจากกรรมฐานแผ่ไปให้อย่างเดียวจึงรับได้ แล้วจะค่อยๆดีขึ้นๆ.....อย่างที่คุณถามได้ทั้งหมดแหละ สังเกตดูนะว่าถ้าคุณปฏิบัติธรรมทำบุญบ่อยๆลูกเมียคุณจะดีขึ้นเรื่อยๆแบบไม่รู้ตัวว่าทำไมจึงดีมาได้ มันถึงกันอยู่แล้ว แผ่เมตตาเราต้องแผ่ให้ตนเองก่อน พ่อแม่ ลูกเมีย ครูบาอาจารย์ ผู้มีคุณทั้งหลาย เทพ พรหม ประจำตัว องค์บารมี เจ้ากรรมนายเวรทุกภพทุกชาติ(ห้ามลืมเด็ดขาดสำคัญมากๆ).....หลวงพ่อฤๅษีฯเคยเทศน์ว่า เวลาเราแผ่เมตตาหลังทำกรรมฐานที่ศาลา ให้ญาติมิตรทั้งหลาย วิญญาณผีเปรตทั้งหลายมาออรุมกันเต็มพรืดรอบศาลาไปหมด ต่อว่าว่าทำไมใจแคบจัง ให้แต่ญาติพวกเขามากมายต้องเดินหน้าละห้อยกลับไป เศร้ามากนะ ท่านเลยสอนว่าให้แผ่เมตตา บุญกุศลไปให้ทั้งสรรพสัตว์ทั้งหลายญาติก็ดี ไม่ใช่ญาติก็ดี เอาให้หมดไปเลย เขาจะได้รับไปทั่วๆกัน ....มีท่านผู้รู้แนะนำอีกว่าแผ่เมตตาให้แผ่ให้คนที่เรารัก กับคนที่เราไม่รักหรือที่เขาเกลียดเรา ไม่ชอบเรานี่แหละ ให้เท่าๆกัน อย่าคิดว่าง่ายนะ ยากมาก ถ้าทำได้ก็เยี่ยมมากเลย แล้วสังเกตดูเถอะไม่ช้าพวกที่เกลี้ยดขี้หน้าเราจะหันมาคุยเจ๊าะแจ๊ะกับเราอีก คืนดีกันได้ไม่นานนัก อันนี้เป็นหลักการธรรมดา เป็นธรรมชาติอยู่แล้ว ยิ่งคนป่วยคนเจ็บที่กำลังทุกข์ทรมานเขายิ่งต้องการบุญที่เราแผ่ไปให้มากๆเลย เขาจะรับได้ดีกว่าคนอื่นๆด้วย พระอรหันต์ทั้งหลายท่านจึงแผ่เมตตา บุญกุศลให้สรรพสัตว์ทั้ง3โลกไม่มีประมาณทุกวันทุกคืนเหมือนแม่ข่ายสถานีวิทยุกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ ขึ้นอยู่กับว่าเรามีความสามารถมีเสาอากาศดีไหม เครื่องรับเราดีไหม ถ้าดีก็รับได้ ถ้าไม่ดีก็อดไปเท่านั้นเอง การแผ่เมตตาสำคัญมาก การสร้างบารมี มหาบารมีต้องมีตัวนี้ให้มากๆไม่งั้นสำเร็จยากครับ และต้องเข้าใจด้วยว่าการแผ่เมตตายิ่งให้ยิ่งได้ ยิ่งหวงยิ่งอด ไม่ใช่กลัวว่าตัวเองจะหมดถ้าให้คนอื่นเขาไปหมด ตัวเองจะเหลืออะไร นั่นแสดงว่ายังไม่เข้าใจเรื่องเมตตาดีพอ อธิบายเปรียบได้ว่า เรามีเทียนจุดไว้เล่มหนึ่ง มีคนในหมู่บ้านเรา100คนมาขอต่อเทียน เราให้เขาต่อไปทุกคน มันก็สว่างพรึ่บขึ้นทั่วพื้นที่ไปหมด ไม่ใช่ว่าของเราจะหรี่หรือดับไป มันตรงข้ามกันอย่างนี้ การแผ่เมตตาคือการให้แบบไม่หวังผลตอบแทนมีอานิสงส์สูงสุด พอๆกับธรรมทานและอภัยทานทีเดียว ทำไปแผ่ไปเถอะครับให้ใครก็ได้ให้ไปโดยไม่มีประมาณ ไม่ต้องการอะไรตอบแทน แต่ผลจะย้อนกลับมามาสู่ตัวเราเป็นทวีตรีคูณครับ.......



 Response no.3  From: พรชัย Mail to พรชัย  
 24 Nov 2004 18:59 #733946    delete

ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ แจ่มแจ้งทุกประการ



 Response no.4  From: พุทธะปัญโญ Mail to พุทธะปัญโญ  
 10 Dec 2004 20:42 #748198    delete

การแผ่เมตตานอกจากส่งไปให้พระ เทพ พรหม เปรต อสุรกาย สัตว์นรกแล้ว ยังส่งไปถึงสัตว์ต่างๆที่มีชีวิตอยู่อย่างที่เราคาดไม่ถึงด้วย เช่น มด ปลวก ผึ้ง ต่อ แตน งู หนู แมงป่อง ตะขาบ สัตว์ร้ายต่าง สัตว์สกปรก สัตว์รบกวน เช่น ยุง เรือด ริ้น ไร แมลงวัน ทุกชีวิตมีจิตวิญญาณรับได้ทั้งสิ้น ทดลองดูได้ครับ เช่นบ้านเราอาจมีมดปลวก แมลงสาบ ยุงมารบกวนมาก ทำสมาธิแล้วลองแผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศลผลบุญที่เราทำมาแต่อดีตถึงปัจจุบันรวมทั้งการปฏิบัติธรรมแต่ละครั้งด้วย ให้เขาอยู่ดีมีสุขเหมือนกับที่เราได้รับ ให้เขาเป็นสุขๆเถิดอย่าได้มารบกวนเราซึ่งกันและกันเลย เรากลัว เราไม่ชอบ ขอให้เขาไปหากินในถิ่นที่อื่นเถิดเราจะแผ่บุญกุศลมาให้เขาบ่อยๆ กระแสบุญกระแสเมตตาเป็นพลังเย็น เย็นกายเย็นใจ ทำให้เขามีความสุข เขาก็จะเชื่อฟังและจะไม่มารบกวนเรา เมื่อก่อนผมก็ไม่เชื่อนะ ลองเอามาทดลองดู เอ๊ะ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆด้วยซี พวกเขาหายไปจริงๆ บางทีเขามาอย่างยุง บางทีมากันหลายๆตัว แต่เขาก็ไม่กัดเรา แต่ไปกัดคนอื่นที่อยู่ใกล้ๆเราแปลกมากๆเลย.....พระที่ออกธุดงค์ไปตามป่าขา ท่านก็ใช้การแผ่เมตตานี่แหละเป็นหลัก สัตว์ร้ายต่างๆก็ไม่ทำอันตราย เดินผ่านไปมา หรือมานอนใกล้ๆไม่ได้ทำอันตรายเหมือนมาเป็นเพื่อน คอยคุ้มกันอันตรายให้ด้วยซ้ำไปครับ......แต่ถ้าไม่ทรงศีล ไม่แผ่เมตตาเป็นเรื่องแน่ครับ อยู่ไม่ได้นานหรอก......



 Response no.5  From: อุ๊  
 19 Jan 2005 16:04 #785074    delete

เป็นคอลัมที่ดีมาก ๆ ค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น พุทธญาณ วันที่ตอบ 2005-02-28 20:39:00 IP :


ความเห็นที่ 5 (360999)
avatar
เพื่อศึกษา
มีใครพอจะทราบไหมว่า พระพิฆเนตร กับ พระวิศณุ บูชาร่วมกันได้หรือเปล่าครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น เพื่อศึกษา วันที่ตอบ 2006-01-18 11:51:56 IP : 202.44.135.35


ความเห็นที่ 6 (765251)
avatar
พุทธศาสนิกชน

ธรรมะเป็นความรู้ที่น่าสนใจคนพุทธให้ความเคารพศรัทธาแด่พระพุทธเจ้า

ผู้แสดงความคิดเห็น พุทธศาสนิกชน วันที่ตอบ 2007-01-04 14:39:24 IP : 58.10.170.133


ความเห็นที่ 7 (982606)
avatar
ลูกโยคีใหม่
ถ้าจะขอให้ บิดา อโหสิกรรมที่ ลูกได้ทำไว้กับท่าน ไม่ทราบว่าจะกล่าว อย่างไรดีค่ะ ถึงจะถูกต้อง
ผู้แสดงความคิดเห็น ลูกโยคีใหม่ วันที่ตอบ 2007-06-01 22:09:49 IP : 124.121.147.250


ความเห็นที่ 8 (3009643)
avatar
อู๊ด

แบบว่าผมฆ่าตะขาบไปอ่าคับ ผมควรจะแผ่เมตตาให้เขาอย่างไรดีคับ

 

ขอบคุณคับ

ผู้แสดงความคิดเห็น อู๊ด (oodjr-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-05-29 01:48:22 IP : 125.25.149.18



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.