หน้ารวมกระทู้ > ฝึกจิตฝึกใจกับชัย แสงทิพย์.......

ฝึกจิตฝึกใจกับชัย แสงทิพย์......
avatar
ชัย แสงทิพย์


-ฝึกจิตวันละนิดชีวิตจะแจ่มใส

-เลิกใช้นาฬิกาปลุกได้แล้ว!!!!

-เริ่มต้นวันนี้ได้เลยครับ



ผู้ตั้งกระทู้ ชัย แสงทิพย์ :: วันที่ลงประกาศ 2006-12-06 07:29:30 IP : 202.47.238.151


[1]

ความเห็นที่ 1 (722566)
avatar
ชัย แสงทิพย์

1.ก่อนนอน กราบไหว้พระบรมบิดา พระพุทธ-พระธรรม-พระอริยสงฆ์ รับแสงทิพย์(นะโมพุทธะยะ -ยะธาพุทโมนะ-นะมะพะธะ) ขออโหสิกรรม แผ่เมตตาทั่วสามภพตามปกติ

2.กำหนดเวลาตื่นพรุ่งนี้เช้าไว้เลยว่าจะตื่นเวลาใด? แล้วเราจะตื่นเวลานั้น ใช้สมาธิเล็กน้อยเอง ใหม่ๆอาจคลาดเคลื่อนนิดหน่อย ไม่กี่วันก็เข้าที่ตรงเป๊ะเลย นาฬิกาปลุก-นาฬิกาข้อมือเอาไปเก็บไว้นอกห้องนอน เอาไปไว้ห่างๆได้เลย!!!.....

3.ให้เราตั้งจิตอธิษฐานไว้เลยว่า ขอบุญบารมีแห่งพระบรมธรรมบิดาและพระพุทธเจ้าทั้งหลายทุกพระองค์ ขอให้แสงไฟทุกอย่าง(ในสามโลก)เป็นแสงทิพย์อริยธรรม เสียงทุกอย่างเป็นเสียงทิพย์อริยธรรม ลมทุกแห่งเป็นลมทิพย์อริยธรรม น้ำทุกชนิดเป็นน้ำทิพย์อริยธรรม อาหารการกินทุกอย่าง เป็นอาหารทิพย์อริยธรรม ตัวหนังสือที่เราเขียนทุกตัวอักษรเป็นอักษรทิพย์อริยธรรม  และบุญกุศลใดที่เราทำตั้งแต่อดีตชาติถึงปัจจุบันวันนี้ ขออุทิศส่ง แผ่ไป-ส่งถ่ายทอดไปให้แก่สรรพสัตว์-สรรพวิญญาณทั่วทั้งสามภพ(นรก-เปรต-อสุรกาย-สัตว์เดรัจฉาน-เทวดา-พรหม)ได้อนุโมทนาร่วมกับเราตลอดทุกวันเวลา สาธุ........

ผู้แสดงความคิดเห็น ชัย แสงทิพย์ วันที่ตอบ 2006-12-06 07:48:26 IP : 202.47.238.151


ความเห็นที่ 2 (722990)
avatar
sawittee

กราบโมทนาบุญ กับคุณลุงชัย แสงทิพย์

มีหลายคน+รวมทั้งกระผม(หลาน)   มีโรคประจำตัว ในบางครั้งต้องทานยา(ทำให้ง่วงนอน-ตอนยาออกฤทธิ์กดระบบประสาท) การปฏิบัติของกลุ่มเราจึงต้องกระทำตามแบบฉบับคุณแม่เกษร สุทธจิต จันทร์ประภาพ ที่ท่านอาจารย์วิโรจน์(ได้เมตตาส่งซีดีคำสอนคุณแม่เกษร มาให้ฝึกยกอทิสมานกายขึ้นเมืองแก้วพระนิพพานกันให้ทุกวัน) นาฬิกาปลุกเป็นเหมือนอาวุธ(ประจำตัว) สำคัญมากๆสำหรับ(case)อย่างพวกเราครับ   เพื่อนของเราปลุกเมื่อไร?

- วางกำลังใจขึ้นสู่ (ทาน+ศีล+เห็นความทุกข์ของการเกิดมามีร่างกาย(จนเกิดอารมณ์ใจที่ยอมรับตามความเป็นจริง)+ยอมรับผลของกรรม(ที่คอยหาโอกาสดึงเราลงสู่อบายภูมิ)ไม่ว่าจะไปอยู่ภูมิ(มนุษย์โลก+เทวโลก+พรหมโลก)ว่ายังมีภัยอันตราย+ปฏิเสธการเกิดเป็น(มนุษย์+เทวดา+พรหม)อย่างให้มีความคิดใดๆหลงเหลือติดอกติดใจใน 3 โลก

-(ร้องขอ)พลังแสงทิพย์อริยธรรม องค์สมเด็จพระบรมธรรมบิดาทรงมีพระมหาเมตตาประทานให้(ทุกๆสรรพสัตว์+ทุกๆสรรพวิญญาน)ทั่วทั้งสามโลกโดยทั่วถึงกัน  จนอทิสมานกายทั้ง(ใส+สว่าง+สะอาด+บริสุทธิ์) แยกออกจากร่างกาย(ที่เป็นภาระหนักของใจ) 

- ไปกราบ(พระ+ท่านผู้ทรงคุณทุกๆองค์)ที่เมืองแก้ว +แผ่เมตตาไปทั่วทั้งสามโลก+แผ่เมตตาไปให้กับผู้ที่เราต้องการจะเจาะจง ฝากไปกับบุญบารมีพลังแสงทิพย์อริยธรรม+พลังพระ+พลังบุญ+พลังมหาเมตตาที่มิอาจประมาณ (ขอรู้ตามความเป็นจริงในการแผ่เมตตา(ไปเที่ยว)

เสริม.....หลายๆท่านที่ต้องทานยาประจำตัวเช่นเดียวกับcaseอย่างพวกเรา ก็ยังมีโอกาส..ถอดถอนซึ่ง...ความไม่แน่ใจ.....ความลังเลสงสัย.....ความรู้ไม่แน่ชัดตามความเป็นจริง......ไม่หมั่นใจว่าจะแผ่ความสุขไปให้ถึงหรือไม่ถึงผู้รับ   อารมณ์ทั้งหมดนี้จะหมดสิ้นไปได้  อย่างง่ายๆ ได้เท่าเทียมกัน(ทุกคนมีจิตดังเดิมซ่อนอยู่ในร่างกาย) 

ผู้แสดงความคิดเห็น sawittee วันที่ตอบ 2006-12-06 11:37:54 IP : 58.9.63.74


ความเห็นที่ 3 (723202)
avatar
ชัย แสงทิพย์

ผมจะยังไม่พูดถึงการถอดกายทิพย์ไปท่องเที่ยวที่ใดๆ การทานยารักษาโรคเฉพาะตัวถือว่าเป็นกรณีพิเศษ ที่ผมแนะนำเป็นกรณีทั่วๆไป ซึ่งผมต้องการช่วยผู้คนจำนวนมาก ที่ยังไม่มีพื้นฐานทางสมาธิภาวนา และยังถอดกายทิพย์ไม่ได้ หรือไม่เห็นอะไรเลย บางคนถ่ายทอดรับแสงทิพย์แล้วเขาก็ยังไม่รู้สึกอะไรเลย แต่ละคนจะมีพื้นฐาน บุญเก่ามาไม่เหมือน แตกต่างกัน จึงแนะนำการปฏิบัติแบบง่ายๆ ทุกคนทำได้ไปพลางก่อนครับ....

ผู้แสดงความคิดเห็น ชัย แสงทิพย์ วันที่ตอบ 2006-12-06 14:04:17 IP : 202.47.238.129


ความเห็นที่ 4 (724892)
avatar
JIRASAK

////ขออนุโมทนาบุญ

(ความคิดเห็นที่1+ความคิดเห็นที่2)

////ทำให้กระผมได้แนวทางประพฤติปฏิบัติ  อ่านแล้วยังรู้สึกปิติขนลุก(ปลื้นใจ)ไปด้วย////

ผู้แสดงความคิดเห็น JIRASAK วันที่ตอบ 2006-12-07 09:36:15 IP : 58.9.61.186


ความเห็นที่ 5 (1286967)
avatar
ชัย แสงทิพย์ 085-1637455

ผู้ใดมีศรัทธา ดวงจิตบารมีแก่กล้าขึ้น ก็ฝึกมหาสติปัฏฐาน 4ที่เรียกว่าพ่วงแบตเตอรี่ หรือสัมผัสที่6 +รับแสงทิพย์ฯ+รับพระ 7 พระองค์+ถวายขันธ์ 5+ฝากจิตไว้ในกายทิพย์(ท้อง)พระบรมธรรมบิดาเบื้องบนพระนิพพาน .....ขึ้นเป็นศูนย์รับและถ่ายทอดแสงทิพย์ 24 ชั่วโมง รู้เห็นสัมผัสแสงทิพย์และพระเบื้องบนได้เป็นปัจจัตตัง ขณะนี้มีแล้ว 209 สถานีทั่วประเทศ มีทั้งพระและฆราวาส โดยมุ่งไปนิพพานกันชาตินี้เลยทีเดียวครับ ท่านผู้ใดสนใจร่วมโครงการนี้ด้วยก็ติดต่อผม 085-1637455กรุงเทพ ฯ  อ.เต้ง 081-5650888 ปทุมธานี อ.บำรุง 083-1673732 อ.ปานทิพย์ 086-2151264 สวรรค์โลก สุโขทัยได้เลย ทุกวันเวลา ใช้เวลาเพียงประมาณ 20 นาทีเท่านั้นเอง ถ้าผู้ที่เคยรับแสงทิพย์มีพื้นฐานดีอยู่แล้ว จะใช้เวลาน้อยกว่านี้อีก ง่ายและรวบรัด ได้ผลเร็วมากเลยครับ......

ผู้แสดงความคิดเห็น ชัย แสงทิพย์ 085-1637455 วันที่ตอบ 2007-12-04 13:03:37 IP : 58.8.155.170


ความเห็นที่ 6 (2940588)
avatar
สมดุล

วิธีการพ่วงแบตฯ อาจารย์ เคยมีอยู่ไซท์หนึ่ง  ที่สอนนักเรียน และคนทั่วไปที่นับถือศาสนาต่างๆ  ไม่มีคำภาวนา  เพียงใช้ลมหายใจยาวๆ และการใช้ดวงตาที่ ๓ กำหนดที่บริเวณลิ้นปี่เป็นหลัก

เมื่อก่อน เวลา ค้นคำว่า  ชัย แสงทิพย์ ใน Google จะพบไซท์ที่กล่าวแล้วในหน้าแรก  เดี๋ยวนี้ไม่พบแล้ว ผมได้แนะนำหลายๆคนและต่างศาสนากัน  สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้  เสมือนเป็นไซท์กลางๆสำหรับ ชนทุกๆศาสนาที่ทราบข่าวก็สามารถมาทดลองปฏิบัติได้  เพื่อรับพลังจักรวาล  รู้สึกว่าอาจารย์จะใช้คำพูดทำนองนั้น

การนำวิธีการที่อาจารย์สอนแบบนั้น และมีเรื่องเล่าถึงผลการฝึกให้เด็กนักเรียนและเพื่อนๆด้วย  เป็นตัวอย่างที่ดี  และผู้ที่ฝึกแล้วสามารถนำไปแนะนำเพื่อนๆในชั้นเรียนเดียวกันได้  ก่อนที่จะต่อยอดให้ดียิ่งขึ้นกว่าเก่า  โดยเฉพาะผู้ที่มีศรัทธาเข้าถึงพระบรมธรรมบิดา

ที่ผมอยากให้อาจารย์ขึ้นไซท์นี้  เป็นการเพิ่มช่องทางเผยแพร่การทำคุณความดีให้แก่คนทั่วไป ทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจจะเป็นการได้พบกันครั้งแรก ก็สามารถแนะนำไปพบไซท์ของอาจารย์ได้  และไม่จำกัดว่าจะนับถือศาสนาใดมาก่อน  ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่

ผมเห็นว่าเป็นทางลัดดี สอนที่จิตใจ เลย คนที่ตั้งใจรับพลังจากพระ ได้ก็จะสามารถยกจิต ของเขาให้สูงขึ้นทันทีโดยอัตโนมัติ  ซึ่งอาจารย์เรียกว่า มีสมาธิดีขึ้น

เห็นด้วยไม๊อาจารย์

ผู้แสดงความคิดเห็น สมดุล วันที่ตอบ 2009-02-01 22:45:46 IP : 125.25.217.209


ความเห็นที่ 7 (2940600)
avatar
ชัย แสงทิพย์ 085-1637455

ไซต์ที่ว่านั้นอาจเป็นเว็บฯใดเว็บหนึ่งอาจเป็นที่พันทิพย์ ล้านทิพย์ หรือบางแห่งที่เลิกให้บริการไปแล้ว บางแห่งก็ไม่แน่นอนใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง เป็นเว็บฟรี เอาแน่ไม่ได้ ผมลงไว้หลายๆแห่งจนจำไม่ได้แล้วว่ามีที่ไหนบ้าง.....

วิชาเพ่งลิ้นปี่(พระธรรมจักร) โดยส่งพลังจิตไปให้ผู้รับก่อน(เข้าทางปลายนิ้ว/ฝ่ามือ) แบบนี้เป็นวิชาสติปัฏฐาน4ของพระพุทธเจ้า ที่เรียกว่าทางสายเอก เป็นหนทางสายเดียวที่พระอริยเจ้าต้องผ่านจนถึงพระนิพพานเลยทีเดียว หลวงพ่อใหญ่พระครูภาวนานุศาสก์(ธัมมธโร ภิกขุ) เจ้าอาวาสวัดไทรงามธรรมธราราม ต.ดอนมะสังข์ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี นำมาสอนลูกศิษย์ไปเผยแพร่ทั่วประเทศ บางท่านเรียกว่า วิชาพ่วงแบตเตอรี่ เพราะนำไปสอนต่อพ่วงให้คนอื่นต่อไปได้เรื่อยๆ(แต่ต้องมีการส่งพลังพลังจิตไปกระตุ้นให้ทำงานได้เต็มที่ก่อน) ระยะหลังๆ ท่านปัญญาธีโป และท่านสัทธาธิโก พระอาจารย์สองพี่น้อง แห่งศูนย์พัฒนาจิตบ้านวังเมืองเฉลิมพระเกียรติจังหวัดพังงา นำมาสอนเผยแพร่กว้างขวางยิ่งขึ้น ขณะนี้ก็ยังสอนอยู่ที่กระทรวงศึกษาธิการ ห้องประชุมใหญ่ทุกวันศุกร์ช่วงจวนเที่ยงๆ เข้าใจว่าน่าจะมีผู้รับการถ่ายทอดไปแล้วเกือบๆล้านคนทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ชาวไทยและต่างประเทศ สามารถเปลี่ยนแปลงพัฒนาพฤติกรรมได้เพียงในเวลา 30 นาทีเท่านั้นเอง ผมไปฝึกเรียนมา3-4ครั้ง ได้ผลดีมากก็เลยนำมาสอนต่อในขณะที่เป็น ผอ.สถาบันพัฒนาทางจิต(4ปี) ต่อมาลาออกมาทำงานให้แสงทิพย์กว่า 2 ปีจนบัดนี้ เมื่อเจอปัญหาหลายคนไม่แน่ใจไม่ทราบว่ารับแสงทิพย์ได้หรือเปล่า บางคนรับแล้วก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร แสงอะไร พลังของใคร จากที่ไหน? ก็เลยนำมาสอนให้ก่อนจะรับแสงทิพย์ ปรากฎว่าใช้ได้ผลดีมาก จนทุกคนปราศจากข้อสงสัยในคุณพระ พลังพระเบื้องบน ทำให้มีกำลังใจที่จะปฏิบัติต่อไปเพื่อความหลุดพ้นในที่สุดในชาตินี้เลย ก็เลยทำมาเรื่อยๆจนถึงปัจจุบันนี้ รับไปแล้วถึง 538 คน(ทั้งพระ แม่ชี เด็ก ผู้ใหญ่ทุกเพศทุกวัย ความรู้ตั้งแต่ ป.4 หรือต่ำกว่านี้จนถึงปริญญาตรี-โท-เอก) ซึ่งไม่เคยมีใครเลยที่รับไปแล้วว่าไม่ดี ไม่ได้ผล เพราะพิสูจน์ได้ด้วยตนเอง บางคนที่ไม่ได้ผลเพราะเขารักษาศีล5ไม่ได้(แพ้ใจตัวเอง)เท่านั้นเอง!!! แม้แต่คนที่เก่งๆได้มโนมยิทธิมาเป็นกว่าสิบปี(ยังเป็นโลกิยะอยู่)พอผิดศีลเข้าโดยเฉพาะเช่นข้อ 3 หรือติดทิฏฐิมานะ ถือตัวถือตน อวดดีไปสอนครูบาอาจารย์พระอริยเจ้าเข้าจิตก็ตก ร่วงเลย ของเก่าที่ได้มาก็ค่อยๆเสื่อมไปในที่สุด อ.คุณแม่เกษรฯบอกว่าไม่เกิน3ปีก็หมดแล้วทั้งภาพทั้งเสียงหายไปหมดเลย!!!.....ที่เรียกว่าสัมผัสที่ 6(พลังพระ พลังบุญ พลังเมตตา) หรือพ่วงแบตเตอรี่(วิธีการ) ก็เรียกกันมาอย่างนี้ ไม่มีคำอื่นที่ดีกว่านี้ ซึ่งนั่นไม่สำคัญอะไรหรอก สำคัญที่การปฏิบัติแล้วได้ผลเป็นปัจจัตตัง รู้ได้เฉพาะตน ที่ไม่อาจโต้แย้งเถียงได้เลยนั่นต่างหากที่เป็นเรื่องสำคัญและเป็นประโยชน์แก่การปฏิบัติโดยแท้จริง คนที่ไม่ได้ฝึกไม่ได้เรียนรู้มาก็ยากที่จะเข้าใจวิธีนี้ได้ ซึ่งเราก็ไม่ว่าอะไรกันอยู่แล้ว เชื่อก็ดี ไม่เชื่อก็ได้ ทำก็ดี ไม่ทำก็ได้ ดีก็เอาไป ไม่ดีก็ไม่ต้องเอาไป เท่านั้นก็จบครับ......

ผู้แสดงความคิดเห็น ชัย แสงทิพย์ 085-1637455 (ChaiSangthip-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-02-01 23:42:49 IP : 58.8.158.128


ความเห็นที่ 8 (2941457)
avatar
สมดุล

ขอบพระคุณมากครับ อาจารย์ ผมได้ทดลองค้นจาก Google ใช้คำว่า ฝึกจิตฝึกใจกับ ชัย แสงทิพย์ จะตรงดิ่งมาที่หน้านี้เลย สะดวกแก่การแนะนำให้แก่ผู้สนใจ ได้เข้ามาพบขุมทรัพย์ สาธุ.....

ขอบพระคุณอีกครั้ง

ผู้แสดงความคิดเห็น สมดุล วันที่ตอบ 2009-02-03 21:09:12 IP : 125.24.209.68


ความเห็นที่ 9 (2941471)
avatar
ชัย แสงทิพย์ 085-1637455

"ฝึกลิงฝึกค่างก็ยังได้    แล้วทำไมฝึกจิตตนไร้ผลเล่า?

ฝึกไม่ได้เพราะไม่ฝึกจริงไหมเรา?    ฝึกแล้วเบาจิตไม่หนักสักนิดเดียว!!!

อ้างว่าไม่มีเวลาที่จะฝึก    อ้างงานดึกเป็นคนดีแต่หนีเที่ยว

อ้างสมาธิสั้นกันเรื่อยเชียว     งานยุ่งมากแรงเรี่ยวไม่ค่อยมี

ทุกคนมีเวลาก็เท่ากัน    ยี่สิบสี่ชั่วโมงนั้นทั้งน้องพี่

หายใจอยู่ก็ทำได้และได้ดี    ผลจะมีตามมาปัญญาเรือง!!!

มัวหายใจทิ้งไปเสียเปล่าๆ    ทั้งบ่าวเจ้านายเห็นไม่เป็นเรื่อง

ขาดสติงานสารพัดก็ขัดเคือง     ไม่ได้เรื่องไม่ได้ราวสักคราวเอยฯ......

ผู้แสดงความคิดเห็น ชัย แสงทิพย์ 085-1637455 (ChaiSangthip-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-02-03 21:35:03 IP : 58.8.161.245


ความเห็นที่ 10 (2942940)
avatar
สมดุล

ใน คห. ที่ ๑ ข้อ ๓ ของอาจารย์ ทำกว้างขวางกว่าของ ดร.อีโมโต้  ดร.อีโมโต้ จะนัดรวมคนหลายๆชาติ ไปยังสถานที่นัดพบ เช่นแม่น้ำสำคัญ ที่ไหลผ่านหลายๆประเทศ แล้วพร้อมใจแผ่เมตตาความรักลงในน้ำ  เมื่อผู้คน สัตว์ ได้ดื่มกิน ให้มีความรักสามัคคีกัน  เป็นการส่งเสริมสันติภาพให้เกิดขึ้นบนโลก  ซึ่งแต่ละแห่งแต่ละคนที่ไปร่วมงานต้องมีค่าใช้จ่ายส่วนตนมิใช่น้อย

สำหรับข้อ ๓ ของอาจารย์  หากนำมาตั้งเป็นชมรมเปิดให้ลงทะเบียนออนไลน์ กำหนดนัดเวลากลางคืนที่เหมาะสม แล้วพอถึงเวลานัด ทุกคนที่ได้ร่วมลงทะเบียนไว้ก็จะร่วมกันอธิษฐานขออย่างที่อาจารย์ว่าไว้โดยพร้อมเพรียงกัน แล้วลงท้ายด้วยการฝากบุญกุศลของทุกๆคนไปกับแสงทิพย์อริยธรรม ของพระบรมธรรมบิดา และพระฉัพพรรณรังสีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้ถึงแก่สรรพสัตว์ทั่วทั้ง ๓ โลก ให้จงเป็นสุข พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดทั่วกัน

ระยะแรกแจ้งข่าวไปยังสถานีเสาอากาศถ่ายทอด  ทุกสถานีให้ทราบโครงการร่วมกันก่อน  ใครเห็นดีด้วย ก็เข้ามาลงทะเบียนไว้เป็นหลักฐาน  พอถึงเวลานัดก็รวมตัวกันอยู่ที่บ้านของตนแล้วลงมือปฏิบัติร่วมกันตามกำหนดนัด  แม้ใครจะป่วยไข้ไม่สบายก็นอนอธิษฐานอยู่บนเตียงได้เมื่อถึงเวลา

เห็นว่าไอเดียดังกล่าวของอาจารย์  ดีเหลือล้น โดยเฉพาะน้องพี่ทั้งหลาย ที่ไร้กายในมิติต่างๆไม่อาจทำได้ ก็จะพากันตั้งใจรอรับสิ่งประเสริฐจากเพื่อนมนุษย์คณะดังกล่าวให้เกิดประโยชน์แก่ตนเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับพี่น้องที่มีศักดิ์มีศรีมีบารมี  เมื่อได้รับพลังบุญที่คณะนี้ตั้งใจส่งไปให้แล้วทุกๆวัน  ก็จะส่งพลังบุญย้อนกลับมาให้แก่คณะผู้ที่ส่งบุญไปให้ ท่านละอีกหลายๆเท่าตามกำลังบุญบารมีของแต่ละท่าน

ข้อเสนอมันผุดขึ้นมา หลังจากได้อ่านวิธีการที่อาจารย์ทำประจำ  ขออาจารย์ได้พิจารณาข้อเสนอตามที่จะเห็นสมควร  ข้อเสนอของผมไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น ครับ

 

 

 

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น สมดุล วันที่ตอบ 2009-02-07 21:46:34 IP : 125.24.218.204


ความเห็นที่ 11 (2956949)
avatar
สมดุล

  ผมได้ไปเยี่ยม ศูนย์พัฒนาจิตบ้านวังเมือง  ได้ทราบวิธีการแสดงธรรมสำหรับคนสมัยใหม่ที่น่าชื่นชม  ผู้คิดออกแบบไซท์ทำได้สุขสงบ

แต่เมื่อย้อนกลับมาดูวิธีการพัฒนาจิตที่อาจารย์สอนนั้น  มีทั้งแหล่งทรัพยากรบุญอันอุดม และยานพาหนะแสงทิพย์  สำหรับฝากบุญไปยังทั่วอนันตจักรวาล ที่ได้รับการสงเคราะห์และอนุญาตให้ลูกหลานทุกคนของพระบรมธรรมบิดานำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ตนและดวงจิตอื่นๆได้อย่างไม่มีขีดจำกัด  หากนำมาเทียบเคียงกับบุญกุศล ในส่วนตัวของแต่ละคน หรือที่สร้างสมขึ้นมาใหม่ก็ตาม

สรุปว่าสำหรับผู้ที่เข้าถึงพระบรมธรรมบิดา  ตลอดเวลาด้วยพลังจากความรักบริสุทธิ์ที่ลูกหลานมีต่อพระองค์ท่าน ทำให้นึกถึงอยู่ทุกๆขณะจิต  เอื้อให้การปฏิบัติธรรมในวาระสุดท้ายของชีวิตของทุกๆคน ที่เป็นลูกหลานของพระองค์ท่าน เ็ป็นไปด้วยประสิทธิภาพสูงสุดทั้งในทางโลกและทางธรรมขั้นโลกุตระ (ที่คุณแม่เกษร และตัวอาจารย์เอง ได้ย้ำถึงความง่ายและความรวดเร็วในการเดินทางไปสู่เป้าหมาย)

ก็ขอน้อมจิตกราบขอบพระคุณคุณแม่เกษร  ตัวท่านอาจารย์ และแสงทิพย์อริยธรรม ของพระบรมธรรมบิดา ที่ทรงจัดหาแสงทิพย์เอาไว้ให้ลูกหลาน สร้างคุณประโยชน์ตน  และต่อสิ่งแวดล้อมทุกๆดวงจิต ทั่วอนันตจักรวาล เป็นอุดมมงคลอย่างยิ่ง  ทำให้ตลอดทางเดินไปสู่เป้าหมายหลังความตาย  มีแต่ความอบอุ่นของพระองค์ท่านเคียงคู่อยู่ตลอดไป 

เช่นเดียวกับที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้ทรงยืนยันเอาไว้ทั้งในพระจารึก และระหว่างการสนทนากับหลวงพ่อจรัญฯ หลวงปู่ใหญ่ และพระบัวเฮียว ในพระอุโบสถ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๘  ว่า  คิดถึงพ่อ พ่ออยู่ คู่กับเจ้า  แม้พระองค์ท่านจะจบกิจในพระพุทธศาสนาไปนานแล้วก็ตาม  ก็ยังทรงรักษาสัจจวาจาที่ทรงให้ไว้ตลอดไป

ผู้แสดงความคิดเห็น สมดุล วันที่ตอบ 2009-03-07 18:17:13 IP : 125.24.200.59


ความเห็นที่ 12 (2957031)
avatar
ชัย แสงทิพย์ 085-1637455

-เริ่มฝึกจิตเสียแต่วันนี้ ชีวิตจะมีแต่ความสุขที่แท้จริง(คือความสุขใจที่เกิดจากความสงบ)......

-คิดถึงพระ 1 ครั้ง ท่านคิดถึงเรา 14 ครั้ง!!!!

-หลวงปู่ทวด กับหลวงปู่ดู่ พูดไว้เหมือนกันเปี๊ยบ(ก็ท่านเป็นองค์เดียวกัน)ว่า......

"แกคิดถึงข้า ข้าก็คิดถึงแก

แกไม่คิดถึงข้า ข้าก็คิดถึงแก!!!"

นี่แหละครับ มหาปณิธานของพระบรมมหาโพธิสัตว์เจ้า ที่จะมาเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตกาลองค์ต่อไปจากองค์ปัจจุบัน.....

-เพ่งรูปพระบรมธรรมบิดาเอาไว้ จำให้ได้ ลืมตากับหลับตา เห็นได้แจ่มใสเหมือนกัน นั่นแหละ ได้ทุกอย่าง เป็นทุกอย่าง!!!..... ยอดเยี่ยมมากครับ....

-หลายๆคนในปลายกลียุคนี้ บอกว่า"ไม่มีเวลาทำสมาธิภาวนา"เลย ถามว่า "แล้วคุณยังหายใจอยู่ไหม?".....หายใจซิครับ ถามได้.....

อ้าว....ถ้ายังหายใจได้อยู่ คุณก็ต้องมีเวลาทำสมาธิภาวนาซิ.....

เอาง่ายๆสุดๆเลย.....ดูลมหายใจเป็นไหม?......เป็นครับ.....

นั่นแหละ ดูไปเรื่อยๆ มันเข้า-ออก ไปถึงไหนๆ มันสั้นหรือยาว เบาหรือหนัก ดุไปเรื่อยๆ......ไม่ต้องภาวนา หรือคำบริกรรมอะไรก็ได้.......

นี่คือ การทำสมาธิภาวนา นะ ได้บุญมาก รู้หรือเปล่า?

ถ้าขี้เกียจดูลมหายใจอีก ก็มีสติได้ไหม?......ได้ครับ......แล้วไงต่อครับ?....

มีสติ คือ ระลึกรู้ หรือ รู้(สึก)ตัว......พอเรามี"สติ"....สัมปชัญญะ-ก็เกิดตามมาทันที !!!!......

สัมปชัญญะ-คือ  ตัวรู้ รู้เท่าทันเหตุการณ์ทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบ ตัวนี้เป็น"ตัวปัญญา" ดักหน้าดักหลังสติตลอดเวลา ......

สติ-ไปกำกับควบคุมจิต ให้ทรงอยู่ในความดี ไม่ให้ประมาทพลาดพลั้งไปทำผิด ทำชั่วเข้า ให้ทำแต่ความดี บุญกุศล แล้วต่อยอดไปยัง"สมาธิ"และ"ปัญญา"สืบไป......

สติ+สัมปชัญญะ = สมาธิ(จิตตั้งมั่น มีความสงบเย็น) = รู้(สึก)ตัวทั่วพร้อมอยู่เสมอ ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ แล้วทำให้ดีที่สุดในทุกๆเรื่อง ......

เมื่อเจริญ"สมาธิ"ไปเรื่อยๆ =>จะเกิด"ปัญญา"......ตามมาโดยอัตโนมัติ.......

ปัญญานี้-จะนำไปแก้ไขปรับปรุงพัฒนาได้ทุกเรื่องและทุกปัญหา!!!.......

เห็นไหมว่า การทำสมาธิภาวนาง่ายมากๆ ใครๆก็ทำได้ !!!......ได้บุญมากด้วย.....

แล้วทำไมเราไม่ทำกันเล่า?

เป็นเพราะเราไม่รู้จักวิธีทำหรือเปล่า ?.....

ไปคิดหาคำตอบเอาเองนะ.......สวัสดี.....

ผู้แสดงความคิดเห็น ชัย แสงทิพย์ 085-1637455 (ChaiSangthip-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-03-07 22:14:21 IP : 58.8.235.148


ความเห็นที่ 13 (2957305)
avatar
ศักดิ์สิทธิ์

พิจารณาจากความเห็นของอาจารย์ ใน คห.ที่ ๑๒ ทำให้มาคำนึงถึงเพื่อนๆมนุษย์ว่า  จะมีจำนวนซักเท่าไรที่ทราบว่า ในสิ่งแวดล้อมรอบตัว  จะมีคลื่นพลังงานแห่งความปรารถนาดี ของครูบาอาจารย์ และผู้สำเร็จต่างๆอยู่นับไม่ถ้วน มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์   ที่ชาวมนุษย์ส่วนใหญ่พากันปิดเครื่องรับเสีย ไม่ได้นำพาต่อทรัพยากรอันทรงคุณค่าดังกล่าว   ที่จะนำมาใช้สร้างคุณประโยชน์ให้แก่ตนเองได้อย่างอเนกอนันต์ 

โอ้หนอมนุษย์ ของฟรีวิเศษอันมากมี  กลับเมินเฉย เอาแต่ใช้จ่ายจนเกินตัว  หากรู้ตัวว่าคิดผิดรีบคิดให้ถูกเสียใหม่ได้

ผู้แสดงความคิดเห็น ศักดิ์สิทธิ์ วันที่ตอบ 2009-03-08 15:55:51 IP : 125.24.253.33


ความเห็นที่ 14 (3120376)
avatar
ชาติสักดิ์ ระยอง

หลังจากรับแสงทิพย์กับ อ.ชัย แล้วพยามทำต่อเนื่อง ตอนนี้ผมได้รับ องค์พระบรมธรรมบิดาของหลวงพ่อ องค์ท่านใสเหมือนแก้วงามมากผมจำได้ติดตาเลยครับอาจารย์ชัย     ตอนนี้ผมทำสถานที่ปฏิบัติที่ป่ารกร้างหลังบ้าน กำลังจะมีอาจารย์ ที่ท่านบวชไม่สึกมาดูสถานที่ เพื่อช่วยสอนธรรม  ตอนนี้มีศาลา ๑หลังแล้ว  หวังว่าคงมีโอการตอนรับอาจารย์ชัยบ้าง นะครับ

                                                                                 ด้วยความเคารพอย่างสุง

                                                                                             เณรน้อย 13

ผู้แสดงความคิดเห็น ชาติสักดิ์ ระยอง (chartsak559-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-10-28 18:24:53 IP : 61.19.88.143


ความเห็นที่ 15 (3247641)
avatar
Not

   ขอบคุณ อ.ชัย มากครับที่สอนผมทางโทรศัพย์แบบเต็มที่ไม่ถือตัวผมจะเป็นศิษที่ดีครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Not (not_wd-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2010-09-11 18:15:01 IP : 192.168.1.30


ความเห็นที่ 16 (3264166)
avatar
ธนภัทร

กรมพระราชวังบวรสุรสีหนาท สมเด็จวังหน้าใน ร.1   คือ สมเด็จพระเอกาทศ จริงนะครับ  ผมขอยืนยันอีกคนนึง

ผู้แสดงความคิดเห็น ธนภัทร วันที่ตอบ 2010-11-10 15:19:35 IP : 124.120.160.215



[1]



กระทู้นี้ไม่เปิดให้แสดงความคิดเห็น

Copyright © 2010 All Rights Reserved.