หน้ารวมกระทู้ > อาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ ล้านช้างแ...

อาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ ล้านช้างและลาว..........
avatar
ชัย กรุงศรี 085-1637455


อาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ ล้านช้างและลาว
(พุทธศตวรรษที่ ๑๔-ปัจจุบัน)

"ในราว พ.ศ.๗๐๐ ประเทศพนม เป็นประเทศรุ่งเรืองขึ้นมาใหม่ในอินโดจีน ทางทิศตะวันตกของพนมมีประเทศเจนละ(เขมร) ถัดจากประเทศเจนละคือประเทศกิมหลินทางเหนือประเทศกิมหลินคือประเทศบูหลุน พระมหาราชกรุงพนมได้ยกกองทัพเรือไปปราบประเทศในคาบมหาสมุทรมลายาได้กว่า ๑๐ ประเทศ ภายหลังให้รัชทายาทนามว่ากิมแซ ไปปราบประเทศกิมหลินได้(ราวพ.ศ.๗๗๓)

ประเทศสุวรรณภูมิและประเทศเล็กๆในสุวรรณภูมิทวีป(คาบมหาสมุทรมลายา)เป็นอิสระตั้งแต่สมัยพระเจ้าอโศกอยู่ได้ ๕๐๐ ปี ก็เป็นประเทศราชของประเทศพนม พระพุทธศาสนายังคงรุ่งเรืองอยู่ในดินแดนสุวรรณภูมิทวีปตลอดมา เพราะปรากฏตามหนังสือของภิกษุจาริกจีนว่า ดินแดนแถบนี้ยังคงมีพุทธศาสนารุ่งเรืองดีอยู่ ภิกษุอี้จิงจึงเรียกแถบนี้ว่า ดินแดนกิมหลิน ตามชื่อเก่า"

(จากนิตยสารพุทธศาสนา เดือนพฤศจิกายน ๒๔๙๐)

แต่ในตำนานพระธาตุพนมเล่าว่า"ในราว พ.ศ.๘ ศรีโคตรบูรตั้งเมืองหลวงอยู่ใต้ปากเซบ้องไฟ อยู่เหนือสุวรรณเขตประเทศลาว ครั้นต่อมาได้ย้ายเมืองหลวงมาตั้งอยู่เหนือธาตุพนม ในดงไม้รวกจึงมีนามว่า" มรุกขนคร"มีกษัตริย์ครองเมือง ๕ องค์ องค์สุดท้ายชื่อ พระยานิรุฏฐราช บ้านเมืองเลยเกิดวิบัติล่มร้างเป็นบึงและป่า ต่อมาในราวพ.ศ.๑๘๐๐ ปรากฏว่าได้ไปตั้งเมืองขึ้นใหม่อยู่ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง แต่เหนือที่เดิมมาก ได้แก่เมืองเก่าใต้ท่าแขกประเทศลาวเดี๋ยวนี้"

การที่อาณาจักรศรีโคตรบูรตั้งเมืองหลวงในพ.ศ.๘ นั้นน่าจะผิดพลาดเนื่องจากเวลาห่างจากปีที่พระเจ้าอโศกมหาราชส่งพระสมณฑูตออกไปประกาศพระศาสนาในปี พ.ศ.๒๓๖ ถึง ๒๒๘ ปี (หากเป็นพุทธศตวรรษที่ ๘ คือ พ.ศ.๘๐๐ ก็น่าจะพอเชื่อถือได้บ้าง) แต่มีข้อสนับสนุนตามตำนานว่า การสร้างพระธาตุพนมนั้น พระพุทธเจ้าเสด็จไปประกาศพระศาสนาด้วยพระองค์เอง และในพ.ศ.๘ พระมหากัสสปะและท้าวพญาทั้งห้าพระองค์ได้สร้างพระธาตุโดยอัญเชิญพระอุรังคธาตุบรรจุไว้ในพระเจดีย์สูง ประมาณ ๘ เมตร สำหรับ ท้าวพญา ๕ พระองค์ที่ร่วมสร้างพระธาตุพนมเมื่อพ.ศ.๘นั้น คือ พญานันทเสน ครองเมืองศรีโคตรบูร พญาจุลณีพรหมทัต ครองแคว้นจุลณี พญาอินทปัตถ์ ครองอินทปัตนคร พญาคำแดง ครองเมืองหนองหารน้อย และพญาสุวรรณภิงคาร ครองเมืองหนองหารหลวง ซึ่งล้วนแต่เป็นผู้ครองเมืองในอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์โบราณเมื่อครั้งที่ตั้งเมืองหลวงอยู่ใต้ปากเซบ้องไฟ ฝั่งสุวรรณเขตประเทศลาว

จากตำนานพระธาตุพนมนั้น อาณาจักรศรีโคตรบูรณ์โบราณได้ตั้งขึ้นก่อนแล้วเมื่อพ.ศ.๘ ต่อมาได้มีการย้ายเมืองหลวงมาอยู่เหนือพระธาตุพนมฝั่งอาณาจักรสยาม ดังนั้นเรื่องของอาณาจักรแห่งนี้จึงมีความแตกต่างกัน ดังนี้

ในพุทธศตวรรษที่ ๑๔–๑๕ ครั้งสมัยอาณาจักรทวารวดีมีอำนาจอยู่นั้น บริเวณสองฟากแม่น้ำโขงได้มีการตั้งอาณาจักรขึ้นใหม่เรียกว่าอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ หรือ โคตรปุระ แปลว่า เมืองตะวันออก โดยมีพระยาโคตรบอง เป็นผู้ครองนคร ดินแดนแห่งนี้มีเมืองสำคัญคือ เวียงจันท์ หรือเวียงจันทน์ หนองหานหลวง(สกลนคร) มรุกขนคร(นครพนม) เมืองจันทบุรี ศรีสัตนาคนหต ล้านช้างร่มขาว(หลวงพระบาง) เชียงใหม่ เชียงแสน เชียงรุ้ง เป็นต้น

พ.ศ.๑๘๙๖ สมัยอยุธยาตอนต้น พระเจ้าฟ้างุ้มทรงสถาปนานครเวียงจันท์ขึ้นเป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรลาว

พ.ศ. ๑๙๙๑ พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ซึ่งเป็นกษัตริย์ครองอาณาจักรล้านนา ภายหลังได้อภิเษกพระธิดาของกษัตริย์ผู้ครองอาณาจักรล้านช้างและได้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์อาณาจักรล้านช้าง ร่วมกันสร้างพระเจดีย์ศรีสองรักษ์ เพื่อเป็นสัญญลักษณ์แห่งมิตรภาพ (ปัจจุบันอยู่ที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย)

อาณาจักรศรีโคตรบูรณ์นี้ได้เจริญรุ่งเรืองสืบต่อกันมา และภายหลังได้เป็นอาณาจักรล้านช้าง(ปัจจุบันคือพระราชอาณาจักรลาว) ในสมัยกรุงธนบุรีนั้นอาณาจักรลานช้างได้ตกเป็นประเทศราชของอาณาจักรสยาม ในสมัยรัชกาลที่ ๕ นั้นอาณาจักรสยามต้องเสียดินแดนให้ฝรั่งเศสจึงทำให้อาณาจักรแห่งนี้ตกอยู่ใต้อำนาจฝรั่งเศสต่อมา

โบราณสถานสำคัญของอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์นั้นคือ พระธาตุพนมที่จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นปูชนีย์สถานพุทธศาสนาสำคัญ โดยสร้างทับบนปราสาทขอมสมัยโบราณ มีตำนานพระธาตุพนมว่า พระธาตุนี้ได้สร้างขึ้นในพ.ศ.๘ สมัยอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์โบราณฅโดยก่ออุโมงค์เป็นรูปเตามีประตูปิดเปิด๔ด้านสูง ๕เมตรสำหรับบรรจุพระอุรังคธาตุโดยมีผ้ากัมพลห่อไว้ภายในอุโมงค์ ต่อมาพ.ศ.๕๐๐ พระอรหันต์ทั้ง ๕ องค์คือ พระสังขวิชาเถระ พระมหารัตนเถระ พระจุลรัตนเถระ พระมหาสุวรรณปราสาทเถระ และพระจุลสุวรรณปราสาทเถระ พร้อมด้วยพระยาสุมิตธรรมวงศา แห่งเมืองมรุกขนคร ได้ร่วมกันบูรณะพระธาตุพนมสูงประมาณ ๒๔ เมตรและอัญเชิญพระอุรังคธาตุออกมาประดิษฐานบนพานทองคำ อมรฤาษีและโยธิกฤาษีไปเอาอุโมงศิลาบนยอดเขาภูเพ็กมาตั้งไว้ชั้นบนของพระธาตุชั้นที่ ๒ซึ่งอยู่สูง ๑๔ เมตรแล้วพระสุมิตธรรมวงศาได้อัญเชิญพระอุรังคธาตุฐาปนาไว้บนเจดีย์ศิลานั้น ต่อมาพระโพธิศาล ซึ่งครองเมืองหลวงพระบางเมื่อพ.ศ.๒๐๗๓-๒๑๐๓ นั้นได้ตำนานอุรังคธาตุ(ที่พระธาตุพนม)มาจากกัมพูชา จึงเกิดความศรัทธาและได้มาสร้างบริเวณภูกำพร้าขึ้นเป็นวัด อุทิศข้าทาสให้แก่พระธาตุ พระไชยเชษฐาธิราช โอรสของพระโพธิศาล ซึ่งสร้างเมืองเวียงจันทน์เป็นเมืองหลวง ได้เสด็จมานมัสการพระธาตุพนมเมื่อพ.ศ.๒๑๕๗ ต่อมาพ.ศ.๒๒๓๓-๒๒๓๕ เจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็กแห่งนครเวียงจันทน์ได้นำช่างมาจากเวียงจันทน์มาทำการบูรณะพระธาตุพนมต่อเติมจนสูง ๔๗ เมตรโดยพ่อออกพระขนานโคตพร้อมด้วยบุตรภริยาได้"นำเอาอูบพระชินธาตุเจ้าที่จันทรปุระ(เวียงจันทน์)มาฐาปนาที่ธาตุปะนม"และบรรจุพระพุทธรุปเงิน-ทอง แก้วมรกต อัญมณีมีค่าไว้มากมาย และพ.ศ.๒๔๘๓-๘๔ กรมศิลปากรได้ทำบูรณะพระธาตุให้สูงขึ้นเป็น ๕๗ เมตร หลังจากนั้นก็มีการบูรณปฏิสังขรณ์อยู่เสมอ ครั้นเมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๑๘ เวลา ๑๙.๓๐ น. เศษ องค์พระธาตุพนมได้ล้มทลายลงมาทั้งองค์ ยอดพระธาตุฟาดมาทางทิศตะวันออก กรมศิลปากรได้บูรณะตามแบบเดิมเสร็จใน พ.ศ. ๒๕๒๒........



ผู้ตั้งกระทู้ ชัย กรุงศรี 085-1637455 กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์ :: วันที่ลงประกาศ 2008-02-12 12:58:04 IP : 58.8.156.160


[1]

ความเห็นที่ 1 (1376386)
avatar
Admin

อาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ อ้างอิงจากตำนานอุรังคธาตุ และพงศาวดารล้านช้าง

ศิลาจารึกศาลานางขาว อักษรขอม ภาษาเขมร อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 16 - 17 ทำจากหินทราย สูง 21 ซม. กว้าง 9 ซม. เลขทะเบียน 364/2516 พบจากการขุดแต่งโบราณสถานศาลานางขาว อ. นาดูน จ. มหาสารคาม


ในตำนานกล่าวถึงความเป็นมาของชุมชนและบ้านเมืองต่างๆในแคว้นศรีโคตรบูรณ์ โดยเฉพาะเมืองสำคัญ เช่น เมืองหนองหานหลวง เมืองหนองหานน้อย และเมืองเวียงจันทน์ ซึ่งล้วนมีหลักฐานทางโบราณคดี อันได้แก่ ร่องรอยเมือง และโบราณวัตถุสถานที่มีมาแต่สมัยทวารวดี ลพบุรีจนถึงสมัยหลังๆสนับสนุนทั้งสิ้น

     ในขณะเดียวกันพงศาวดารล้านช้างก็ระบุว่า ภายหลังจากพระเจ้าฟ้างุ้มหนีจากเมืองหลวงพระบางไปพึ่งทางกัมพูชานั้นกษัตริย์ขอมทรงอุปถัมภ์และพระราชทานพระธิดาให้ต่อมาก็ได้ทรงสนับสนุนให้พระเจ้าฟ้างุ้มยกกองทัพมาตีกลุ่มเมืองโคตรบอง ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงตั้งแต่เขตจังหวัดนครพนมขึ้นไปจนถึงจังหวัดหนองคาย เมืองเวียงจันทน์และเวียงคำรวมอยู่ในกลุ่มนี้ โดยเฉพาะเมืองเวียงคำนั้นในตำนานเรียก เมืองไผ่หนาน เป็นเมืองยากแก้การตี ทำให้พระเจ้าฟ้างุ้มต้องออกอุบายโดยยิงกระสุนทองคำเข้าไป เป็นเหตุให้ผู้คนพากันออกมาเก็บกระสุนทองคำกัน และขาดการเอาใจใส่บ้านเมือง พระเจ้าฟ้างุ้มเลยตีเมืองได้และต่อมาก็เปลี่ยนชื่อเมืองนี้ว่า เมืองเวียงคำ

    การที่ตำนานอุรังคธาตุกล่าวถึงแว่นแคว้นที่เรียกว่าศรีโคตรบูรก็ดี และตำนานล้านช้างกล่าวถึงเมืองโคตรบองก็ดี ล้วนลงรอยกันให้เห็นว่ามีแว่นแคว้นหรือรัฐที่เรียกว่า ศรีโคตรบูรณ์หรือโคตรบอง อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนนี้แล้วในพุทธศตวรรษที่๑๘และ๑๙ ยิ่งกว่านั้นเรื่องราวของแคว้นโคตรบองนี้ก็ยังมีปรากฏในตำนานพงศาวดารเหนือที่กล่าวถึงเรื่องราวของบ้านเมืองในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาสมัยก่อนการสร้างพระนครศรีอยุธยาด้วย นั้นคือเรื่องราวของพระยาโคตรบองผู้เคยเป็นใหญ่อยู่ในเมืองสำคัญ ซึ่งอาจจะเป็นอโยธยาหรือลพบุรีก็ได้ ต่อมาถูกพระเจ้าสินธพอัมรินทร์ชิงบ้านเมืองได้เลยหนีไปเป็นใหญ่อยู่ในเขตแคว้นล้านช้าง(คงหมายถึงกลุ่มเมืองศรีโคตรบอง)และต่อมาก็ได้ถูกลอบปลงพระชนม์ ณ เมืองที่พระองค์ครองอยู่ ตำนานดังกล่าวนี้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นโคตรบองกับทางบ้านเมืองในลุ่มน้ำเจ้าพระยาไม่มากก็น้อย

         หลักฐานทางโบราณคดีจากการสำรวจบริเวณที่เรียกว่าแอ่งสกลนครในเขตอีสานเหนือที่อยู่ในจังหวัดหนองคาย อุดรธานี สกลนคร และนครพนม พบว่าเป็นบริเวณที่มีการตั้งหลักแหล่งของมนุษย์มาตั้งแต่ก่อนสมัยประวัติศาสตร์ ดังเช่นการค้นพบแหล่งชุมชนในวัฒนธรรมบ้านเชียงที่รู้จักกันแพร่หลายทั่วไปเป็นต้นแต่ว่าหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงการเกิดเป็นบ้านเมืองใหญ่โตนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนปลายสมัยทวารวดี คือ ประมาณพุทธศตวรรษที่๑๔-๑๕ ลงมาเป็นอย่างสูง ชุมชนโบราณที่มีร่องรอยให้เห็นว่ามีคูน้ำและกำแพงล้อมรอบ แสดงให้เห็นว่ามีคูน้ำและกำแพงล้อมรอบแสดงให้เห็นว่าเป็นเมืองพบว่ามี 4 แห่ง

          ชุมชนสี่แห่งที่พบนี้ได้แก่  บ้านดอนแก้ว ริมหนองหานกุมภวาปี ในเขตอำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี เมืองหนองหานน้อยในเขตอำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี เมืองหนองหานหลวงในเขตอำเภอเมืองจังหวัดสกลนคร    และเมืองเวียงจันทน์ในฝั่งตรงข้ามอำเภอท่าบ่อและศรีสงครามจังหวัดหนองคาย แต่ที่เกี่ยวข้องกับตำนานมีเพียง3แห่งคือ เมืองหนองหานน้อย เมืองหนองหาน หลวง และเมืองเวียงจันทน์

      นอกจากบรรดาชุมชนเมืองที่มีร่องรอยคูน้ำและกำแพงเมืองล้อมรอบดังกล่าวนี้แล้ว ก็มีแหล่งชุมชนอีกหลายแห่งที่ไม่มีกำแพงและคูน้ำล้อมรอบ แต่ทว่าในตำนานพงศาวดารระบุว่าเป็นเมือง เช่น เมืองเวียงคุก เมืองซายฟอง(หรือเวียงคำ) เป็นต้น

         เมื่อพิจารณาศึกษาจากรูปแบบของศิลปกรรม ตำแหน่งที่ตั้งและขนาดของบรรดาชุมชนที่เป็นเมืองในบริเวณลุ่มน้ำโขงในภาคอีสานตอนเหนือนี้ ก็สามารถวิเคราะห์รูปแบบทางวัฒนธรรมและศิลปกรรมได้สองแบบและสองสมัยในระยะเวลาที่ต่อเนื่องกัน แบบแรกเป็นแบบทวารวดี แลเห็นได้จากบรรดาเสมาหินที่พบตามแหล่งศาสนาสถานต่างๆ ส่วนแบบที่สองเป็นแบบลพบุรี หรือเป็นแบบที่ได้รับอิทธิพลและศิลปวัฒนธรรมจากขอม เห็นได้จากการพบรูปแบบของเมืองที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมแบบสม่ำเสมอ ศาสนสถานที่เป็นปราสาท พระพุทธรูปเทวรูปแบบลพบุรี

    โบราณสถานและโบราณวัตถุแบบทวารวดี แสดงให้เห็นถึงการแพร่กระจายของศิลปวัฒนธรรมแก้บ้านเมืองในแถบลุ่มแม่น้ำชีผ่านบริเวณหนองหานกุมภวาปีขึ้นมาในอีสานเหนือ ในช่วงเวลาแต่ราวพุทธศตวรรษที่๑๔เป็นต้นมา ที่พระธาตุพนมก่อนที่จะล้มพังลงมานั้น มีภาพสลักรูปคนขี่ม้าในท่าผาดโผนและเคลื่อนไหว เป็นลักษณะที่ไม่เคยพบมาก่อนในศิลปกรรมแบบทวารวดีและลพบุรีในประเทศไทยมาก่อน ในทำนองตรงข้ามเป็นของที่มักพบในศิลปะจีน ญวน และจามปา นับเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงการเกี่ยวข้องกับบ้านเมืองและผู้คนที่อยู่ในเขตญวนและจามปาที่ห่างออกไปทางชายทะเล จึงเป็นไปได้ว่าบรรดาบ้านเมืองที่เกิดขึ้นในสมัยทวารวดีตอนปลายนี้ ไม่ได้อยู่อย่างโดดๆหากมีการติดต่อกับบ้านเมืองอื่นๆที่อยู่ใกล้เคียงแล้ว อย่างน้อยก็จากลุ่มน้ำชี ผ่านขึ้นมายังแม่น้ำโขงแล้วข้ามน้ำโขงไปยังบ้านเมืองต่างๆทางเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ

      จากหลักฐานทางโบราณคดีตามที่กล่าวมานี้อาจตีความได้ว่าช่วงเวลาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๖ เป็นต้นมา เกิดบ้านเมืองที่เป็นรัฐหรือแว่นแคว้นแล้วในบริเวณอีสานเหนือ โดยมีเมืองหนองหานหลวงที่สกลนครเป็นเมืองสำคัญมีการติดต่อกับบ้านเมืองทางลุ่มน้ำชีและกัมพูชาทางใต้ กับบ้านเมืองที่อยู่โพ้นฝั่งแม่น้ำโขงไปยังเขตประเทศญวน

    ต่อมาในพุทธศตวรรษที่๘ เขตแคว้นดังกล่าวนี้ก็ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลทางการเมืองของอาณาจักรกัมพูชา มีการสร้างศาสนสถานที่เป็นศูนย์กลางของชุมชนนี้มาตามเส้นทางคมนาคมไปจนถึงเมืองเวียงคำ รัฐหรือแคว้นนี้จะมีชื่อใดไม่ปรากฏ แต่อาจถูกเรียก " ศรีโคตรบูรณ์ " ตามที่กล่าวในตำนานอุรังธาตุและพงศาวดารล้านช้างก็ได้ แต่พ้นสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่๗แล้ว บ้านเมืองเหล่านี้มีความเป็นอิสระและรู้จักกันในนามว่า " ศรีโคตรบูรณ์ หรือโคตรบอง " ได้มีการสถาปนาเมืองเวียงจันทน์ขึ้นเป็นศูนย์กลางทางคมนาคม เศรษฐกิจและการเมือง โดยเฉพาะการเป็นศูนย์กลางทางด้านการค้า และคมนาคมนั้น เมืองเวียงจันทน์คงมีบทบาทมากและเพิ่มขึ้นเมื่อมีการขยายตัวขึ้นไปติดต่อค้าขายกับบ้านเมืองทางเหนือและทางตะวันตก

 

ที่มาข้อมูล:ลุ่มน้ำน่าน ประวัติศาสตร์โบราณคดีของพิษณุโลก "เมืองอกแตก" ผู้แต่ง : ศรีศักร วัลลิโภดม สำนักพิมพ์มติชน

ที่มาข้อมูลภาพประกอบ : พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ; สภาวัฒนธรรม จ.นครพนม

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2008-02-12 19:11:05 IP : 58.8.234.76


ความเห็นที่ 2 (1524703)
avatar
MINT
ดีกำลังอยากได้ความรู้เรื่องนี้อยู่พอดีก็ต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่ทำWEBดีๆอย่างนี้มาให้ดูกันTHANK   YOUหลายเด้อ  (เด็กนครพนม)
ผู้แสดงความคิดเห็น MINT วันที่ตอบ 2008-08-21 23:08:33 IP : 118.174.75.238


ความเห็นที่ 3 (1530349)
avatar
พงศิษร์

เนื้อหามีมากไปควรย่อให้สั้นกว่านี้

ผู้แสดงความคิดเห็น พงศิษร์ (rps-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2008-09-04 16:28:36 IP : 61.7.190.217


ความเห็นที่ 4 (2914803)
avatar
piam
อ่านแล้ว อย่าหยุด กรุณาอ่านต่อ เพราะคุนได้โดนคำสาปนี้ไปแล้ว....

อ่านต่อเลย
เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเด็กคนนึงในเทศบาล.ท่าเรือ เด็กคนนี้ชื่อนิ้งเป็นเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ สาม วันนั้นเป็นวันสอบซ่อม นิ้งได้มาที่ รร เพื่อที่จะสอบซ่อม ระหว่างที่รอเพื่อน ๆ อยู่นั้น นิ้ง ก้อเหลือบไปเห็นสิ่ง ๆ หนี่ง เขาเดินเข้ไปใกล้ ๆ กับสิ่ง ๆ นั้น มันคือกล่องใส่กระดาษกล่องหนึ่ง นิ้งนั้นไม่รู้ว่าในนั้นมีอะไร แต่เขาก้อได้เก็บกล่องนั้นไป หลังจากที่เขาสอบซ่อมเสร็จแล้ว นิ้งและเพื่อน ๆ ก้อกลับบ้านทันที พวกเขาอยากรู้ว่าในกล่องนั้นมีอะไรซ่อนอยู่ ตกกลางคืนนิ้งและเพื่อน ๆ ก้อไปสนาม เดะเล่นและเปิดกล่อง ๆ นั้น ข้างในกล่องมีกระดาษสีดำเขียนอยู่หนึ่งแผ่น ในกระดาษแผ่นนั้นเขียนไว้ว่า * สวัสดี เราชื่อ"เปลวเทียน"เป็นเด็กนักเรียนคนนึง เราถูกฆาตกรโรคจิด ข่มขืนและค่าหมกอยู่ในป่าแห่งหนี่ง ที่นั่นหนาวเหน็บไม่มีแม้แต่เสียงหายใจของมนุษย์ เราพยายามร้องให้คนมาช่วยแต่ก้อไม่มีคายมา ตอนนี้เราเหงาเหลือเกิน จะมีใครมาอยู่เป็นเพื่อนเราบ้างไหม ถ้าเทอไม่อยากให้เราลากเทอมาอยู่เป็นเพื่อนกันเรา จากนี้ไปเป็นเวลา 7 ชั่วโมง ขอให้เทอก็อปข้อความข้างบนนี้ ส่งต่อให้สื่ออะไรก้อได้ เป็นจำนวน 10 coppy แต่ถ้าเธอไม่ทำตาม อีก 7 ชั่วโมงนี้ฉันจะไปตามเทอมอยู่เป็นเพื่อน * หลังจากที่นิ้งได้อ่านนั้น เอก้อไม่เชื่อ และคิดว่ามีคนมาแกล้งเป็นเพียงแค่เรื่องไร้สาระ และไม่ยอมทำตาม 7 ชั่วโมงให้หลัง นิ้งและเพื่อน ๆ ก้อตาย โดยที่ไม่มีสาเหตุ ***********************************-


เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง จนถึงขณะนี้ หมอและตำรวจยังไม่สามารถรู้ได้ว่า เด็กเหล่านั้นตายได้เช่นไร __________ ตอนนี้พวกเทอได้อ่านกระทู้นี้ ก้อคงได้รับผลกระทบเหมือนกันหมด นั่นคือ เทอจะต้อง copy ข้อความนี้เป็นจำนวน 10 copy แต่ถ้าเทอไม่ทำตามที่เด็กคนนั้นขอ เทอจะต้องไปอยู่เป็นเพื่อกับเด็กคนนั้น อีก 7 ชั่วโมงให้หลัง ขอให้พวกเทอทุกคนโชคดี
(ปล ห้ามส่งมายังคนเดิมที่ส่งมาอีก ไม่งั้นจะรับโทษฐานคืน ตาย!!!!!)..
ผู้แสดงความคิดเห็น piam วันที่ตอบ 2008-12-03 17:22:18 IP : 125.26.58.100


ความเห็นที่ 5 (2950736)
avatar
00
อ่านแล้ว อย่าหยุด กรุณาอ่านต่อ เพราะคุนได้โดนคำสาปนี้ไปแล้ว....

อ่านต่อเลย
เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเด็กคนนึงในเทศบาล.ท่าเรือ เด็กคนนี้ชื่อนิ้งเป็นเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ สาม วันนั้นเป็นวันสอบซ่อม นิ้งได้มาที่ รร เพื่อที่จะสอบซ่อม ระหว่างที่รอเพื่อน ๆ อยู่นั้น นิ้ง ก้อเหลือบไปเห็นสิ่ง ๆ หนี่ง เขาเดินเข้ไปใกล้ ๆ กับสิ่ง ๆ นั้น มันคือกล่องใส่กระดาษกล่องหนึ่ง นิ้งนั้นไม่รู้ว่าในนั้นมีอะไร แต่เขาก้อได้เก็บกล่องนั้นไป หลังจากที่เขาสอบซ่อมเสร็จแล้ว นิ้งและเพื่อน ๆ ก้อกลับบ้านทันที พวกเขาอยากรู้ว่าในกล่องนั้นมีอะไรซ่อนอยู่ ตกกลางคืนนิ้งและเพื่อน ๆ ก้อไปสนาม เดะเล่นและเปิดกล่อง ๆ นั้น ข้างในกล่องมีกระดาษสีดำเขียนอยู่หนึ่งแผ่น ในกระดาษแผ่นนั้นเขียนไว้ว่า * สวัสดี เราชื่อ"เปลวเทียน"เป็นเด็กนักเรียนคนนึง เราถูกฆาตกรโรคจิด ข่มขืนและค่าหมกอยู่ในป่าแห่งหนี่ง ที่นั่นหนาวเหน็บไม่มีแม้แต่เสียงหายใจของมนุษย์ เราพยายามร้องให้คนมาช่วยแต่ก้อไม่มีคายมา ตอนนี้เราเหงาเหลือเกิน จะมีใครมาอยู่เป็นเพื่อนเราบ้างไหม ถ้าเทอไม่อยากให้เราลากเทอมาอยู่เป็นเพื่อนกันเรา จากนี้ไปเป็นเวลา 7 ชั่วโมง ขอให้เทอก็อปข้อความข้างบนนี้ ส่งต่อให้สื่ออะไรก้อได้ เป็นจำนวน 10 coppy แต่ถ้าเธอไม่ทำตาม อีก 7 ชั่วโมงนี้ฉันจะไปตามเทอมอยู่เป็นเพื่อน * หลังจากที่นิ้งได้อ่านนั้น เอก้อไม่เชื่อ และคิดว่ามีคนมาแกล้งเป็นเพียงแค่เรื่องไร้สาระ และไม่ยอมทำตาม 7 ชั่วโมงให้หลัง นิ้งและเพื่อน ๆ ก้อตาย โดยที่ไม่มีสาเหตุ ***********************************-


เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง จนถึงขณะนี้ หมอและตำรวจยังไม่สามารถรู้ได้ว่า เด็กเหล่านั้นตายได้เช่นไร __________ ตอนนี้พวกเทอได้อ่านกระทู้นี้ ก้อคงได้รับผลกระทบเหมือนกันหมด นั่นคือ เทอจะต้อง copy ข้อความนี้เป็นจำนวน 10 copy แต่ถ้าเทอไม่ทำตามที่เด็กคนนั้นขอ เทอจะต้องไปอยู่เป็นเพื่อกับเด็กคนนั้น อีก 7 ชั่วโมงให้หลัง ขอให้พวกเทอทุกคนโชคดี
(ปล ห้ามส่งมายังคนเดิมที่ส่งมาอีก ไม่งั้นจะรับโทษฐานคืน ตาย!!!!!)..
ผู้แสดงความคิดเห็น 00 วันที่ตอบ 2009-02-25 22:21:34 IP : 118.172.201.149


ความเห็นที่ 6 (2950868)
avatar
ลูกพ่อ

นะโมพุทธายะ ยะธาพุทโมนะ -นะมะพะธะ นะโมพุทธายะ.....

สัพเพ สัตตา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปริหะรันตุ......

สัตว์ทั้งหลาย ที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันหมดทั้งสิ้น จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้พยาบาทเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้ทุกข์กายทุกข์ใจเลย จงสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด....

ข้าพเข้าขอแผ่เมตตา บุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญมาตั้งแต่อดีตชาติ จนถึงปัจจุบันชาติ ฝากไปกับแสงทิพย์อริยธรรมของพระบรมธรรมบิดา ฉัพพรรณรังสีของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย พลังพระ พลังบุญ พลังเมตตาของพระมหาโพธิสัตว์เจ้า พระอรหันต์เจ้าทั้งหลาย เพื่อส่งต่อไปให้เจ้ากรรมนายเวรของข้าพเจ้าทุกภพทุกชาติ สรรพสัตว์ สรรพวิญญาณ สัมภเวสีผีเร่ร่อนทั้งหลาย ทั่วทั้งสามโลกนี้ ขอให้ทุกท่านจงได้รับส่วนบุญกุศลจากข้าพเจ้าและโมทนาบุญกับข้าพเจ้า ขอทุกท่านไปสู่ภพชาติใหม่ที่ดีกว่าเดิมยิ่งๆขึ้นไปเทอญฯ.....สาธุ สัมปะติจฉามิ สัมปจิตฉามิ นิพพานะ สุขัง......

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ลูกพ่อ วันที่ตอบ 2009-02-26 10:28:28 IP : 58.8.150.106


ความเห็นที่ 7 (2992549)
avatar
ธนิตศักดิ์

ได้ค้นพบโบราณสถานรวม 22 แห่งห่างจากตัวเมืองนครพนมปัจจจุบันราว 5 กม.เข้าใจว่าเป็นจุดที่ตั้งตัวเมืองศรีโคตรบูรณ์สนใจสอบถามได้ที่โทร 0895699903

ผู้แสดงความคิดเห็น ธนิตศักดิ์ วันที่ตอบ 2009-05-05 21:05:13 IP : 125.26.255.138


ความเห็นที่ 8 (3062100)
avatar
หลวงปู่

อนุโมทนาขอบคุณ ขอให้ได้บุญหลายๆเด้อ  ประเพณีฮีต๑๒ คอง๑๔เป็นของไทยหรือของลาว

ผู้แสดงความคิดเห็น หลวงปู่ วันที่ตอบ 2009-08-09 20:30:08 IP : 110.49.125.63


ความเห็นที่ 9 (3121529)
avatar
เด็กเnพกว่า

...

ผู้แสดงความคิดเห็น เด็กเnพกว่า วันที่ตอบ 2009-10-30 21:50:12 IP : 125.24.190.50


ความเห็นที่ 10 (3123244)
avatar
หกหกหกหก

แหกหิ

ผู้แสดงความคิดเห็น หกหกหกหก วันที่ตอบ 2009-11-03 10:35:52 IP : 119.42.94.185


ความเห็นที่ 11 (3133978)
avatar
คน

งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

ผู้แสดงความคิดเห็น คน (neverdie_k9-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-11-28 11:31:21 IP : 124.120.61.137


ความเห็นที่ 12 (3141172)
avatar
1234

ดีจัง

ผู้แสดงความคิดเห็น 1234 วันที่ตอบ 2009-12-10 09:20:17 IP : 118.172.110.2


ความเห็นที่ 13 (3146028)
avatar
เด็ก ช.น

          ขอขอบใจที่เอาประวัติต่างๆมาให้ความรู้แด่พวกเราถ้าเราไม่มีความรู้เราก็จะไม่มีการศึกษาต่างเราจึงเอาความรู้นี้ไปเกี่ยวกับชีวิตประจำวันเราได้เพราะฉะนั้นเราควรรักษาวัฒนธรรมไทยไว้เราคนไทยเราต้องรักษาวัฒนธรรมไว้กันมากๆนะรักษาความดีเอาไว้กันมากๆนะ

ผู้แสดงความคิดเห็น เด็ก ช.น (aum23450aum-at-sanook-dot-com)วันที่ตอบ 2009-12-23 09:17:05 IP : 202.143.148.141


ความเห็นที่ 14 (3157347)
avatar
ซื่อปผ

สัส

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ซื่อปผ วันที่ตอบ 2010-01-26 09:26:09 IP : 222.123.48.219


ความเห็นที่ 15 (3157349)
avatar
ณัฐวุฒิ

สัสแม้งมึงตาย

ผู้แสดงความคิดเห็น ณัฐวุฒิ วันที่ตอบ 2010-01-26 09:28:34 IP : 222.123.48.219


ความเห็นที่ 16 (3157350)
avatar
รี่ม่า

บ่า

 

ผู้แสดงความคิดเห็น รี่ม่า วันที่ตอบ 2010-01-26 09:29:16 IP : 222.123.48.219


ความเห็นที่ 17 (3157354)
avatar
วีก

สัสวุฒิแม่มึงตาย

ผู้แสดงความคิดเห็น วีก วันที่ตอบ 2010-01-26 09:34:24 IP : 222.123.48.219


ความเห็นที่ 18 (3175380)
avatar
ชายลึกลับ

ใจนะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ชายลึกลับ วันที่ตอบ 2010-02-01 19:43:29 IP : 118.172.160.170


ความเห็นที่ 19 (3183890)
avatar
คน

อ่านแล้ววะ เอามาทำพร่ออะไร?

ผู้แสดงความคิดเห็น คน วันที่ตอบ 2010-02-02 18:36:22 IP : 125.27.2.95


ความเห็นที่ 20 (3220112)
avatar
พัท

 

ผู้หญิงขอเบอทีนะ

ผู้แสดงความคิดเห็น พัท (weerapong-at-kong-dot-com)วันที่ตอบ 2010-05-25 10:27:44 IP : 203.172.199.250


ความเห็นที่ 21 (3226981)
avatar
คนๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ภาพอะไร  ทำไมมีแสงด้วย อยากรู้แล้วก็งงด้วย งง ๆ ๆ ๆ ๆ  มาก

ผู้แสดงความคิดเห็น คนๆๆๆๆๆๆๆๆๆ วันที่ตอบ 2010-06-24 13:35:44 IP : 113.53.237.186


ความเห็นที่ 22 (3229109)
avatar
เด็กท่ามะกา

ก็ดีนะ

ได้สาระดีมากเลย

ผู้แสดงความคิดเห็น เด็กท่ามะกา (sasicha-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-07-05 16:11:57 IP : 117.47.63.243


ความเห็นที่ 23 (3240038)
avatar
นยรัเรนี่คตจรชจยนขยบ

อะีัรัะึคัรย่ีตขีตาี่บยขยนรายลนัพดั้

ผู้แสดงความคิดเห็น นยรัเรนี่คตจรชจยนขยบ วันที่ตอบ 2010-08-23 12:07:51 IP : 202.143.145.55



[1]



กระทู้นี้ไม่เปิดให้แสดงความคิดเห็น

Copyright © 2010 All Rights Reserved.