หน้ารวมกระทู้ > มรรค8-อริยสัจ 4-ไตรลักษณ์

มรรค8-อริยสัจ 4-ไตรลักษณ์
avatar
ผู้ใฝ่ในธรรม


มรรค 8 กับอริยสัจ 4 และกฎไตรลักษณ์ ในหนทางเดินไปสู่มหาอมตะนิพพานนั้น เกี่ยวข้องกันอย่างไร ตรงไหนบ้าง ?



ผู้ตั้งกระทู้ ผู้ใฝ่ในธรรม :: วันที่ลงประกาศ 2005-07-30 18:53:13 IP :


[1]

ความเห็นที่ 1 (178579)
avatar
ลุงใหญ่

อริยสัจสี่ คือ เหตุ หรือ คำถาม และเป็นคำตอบอยู่ในตัวของอริยสัจสี่เอง หมายความว่า อริยสัจสี่ เป็นทั้งคำถาม และเป็นทั้งคำตอบ  อริยสัจสี่  มี ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค  คือมี สี่อย่าง ทุกอย่างเหมือนกัน เกี่ยวข้องกัน คือเป็นทั้งคำถามและเป็นทั้งคำตอบ

หรือถ้าจะกล่าวให้เข้าใจง่ายขึ้น ก็คือ ทุกๆอย่าง คือ อริยสัจสี่ ไม่ว่า จะเป็นความทุกข์ หรือความสุข ในระดับปุถุชน หรือระดับอริยะบุคคล สิ่งเหล่านั้นคือ อริยสัจสี่

ผู้แสดงความคิดเห็น ลุงใหญ่ วันที่ตอบ 2005-07-31 18:10:36 IP :


ความเห็นที่ 2 (179089)
avatar
ธรรมญาณ

มรรค 8 - เป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิบัติไปสู่อริยสัจ 4 เราเรียกว่า มรรค- คือ ทาง.......สิ้นสุดของทาง คือ ผลสมาบัติ หมายเอา การก้าวออกจากโลก 4 ธรรม 4 หรือ โลกธรรม 8 หรือ มรรค 8- ที่เดินออกจากกาย 4 หรือ ธาตุ 4 และใจ 4 ห้อง หรือ ธรรม 4 ส่วน คือ รู้สึก-รู้จำ-รู้คิด-และรู้สัมผัส......ทุกอย่าง ล้วนเป็นมายา เกิดขึ้น-ตั้งอยู่-และดับไป......ไม่เที่ยง-เป็นทุกข์-และไม่ใช่ตัวตน เป็นไตรลักษณ์ทั้งสิ้น......ในโลกนี้ มีไตรลักษณ์เท่านั้น ที่เที่ยงแท้แน่นอน นั่นแหละ คือ การว่างจากเครื่องร้อยรัดทั้งปวง เราเรียกสิ่งนี้ว่า นิพพาน หรือ ความว่าง - ที่บรรจุไว้ด้วยสรรพสิ่งแห่งความมี ที่ไม่ยึดติด หรือ ความหลุดพ้นจากทุกข์ หรืออัตตาทั้งหลาย.......

ผู้แสดงความคิดเห็น ธรรมญาณ วันที่ตอบ 2005-08-01 10:20:41 IP :


ความเห็นที่ 3 (179129)
avatar
พุทธญาณ

การปฏิบัติธรรมทุกคนต้องเริ่มจาก ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง รักษาศีล-ทำสมาธิภาวนาจากมรรค 8 ไปในหนทางแห่งอริยสัจ 4 และไตรลักษณ์ ลงท้ายด้วยการปล่อยวาง วางที่ไหน? ก็วางไว้ ณ ที่เดิมของมันนั่นแหละ เกิดที่ใจ ก็วางลงที่ใจ....อย่าแบกไว้ให้มันหนัก วางให้หมดทั้งกุศล-อกุศล สุข-ทุกข์ อัตตาตัวตนและอนัตตาทุกๆอย่าง ไปสู่ความหลุดพ้น ไม่ต้องกลับมาเกิดอีก หลวงปู่หลุย จันทสาโร ท่านแนะนำว่า.....ภาวนาให้ตรงกับมรรค 8 อย่าให้ผิดทางมรรค พิจารณาร่างกายเป็นใหญ่ กรรมฐาณ 5 เอาธาตุสอนจิต พิจารณาธาตุ อย่าติดความสงบในสมาธิ ปัญญาเห็นชอบ ให้เห็นธาตุแปรปรวน ธาตุขันธ์ไม่เที่ยง เจรจาค้นคว้าในธาตุ การงานชอบ พิจารณาการงานในธาตุมันแปร เลี้ยงชีพชอบ บิณฑบาตเลี้ยงด้วยความบริสุทธิ์ ไม่เปล่งวาจา ความเพียรชอบ พิจารณาเพียรให้ธรรมะเกิดขึ้นเสมอไป ตั้งสติชอบ ตั้งสมาธิชอบ ตั้งจิตอยู่ในธาตุขันธ์....ความสะดุ้ง ล้วนเป็นปีติทั้งนั้น ต่อนั้นเกิดนิมิต ขยายส่วนของธรรมะ ต่อนั้นเดินทางปัญญา ต่อนั้นสำเร็จวิโมกข์ วิมุติเป็นลำดับกันเสมอไป........การสละวัตถุต่างๆนั้น มีอานิสงส์แรง สละทุกอย่างประกอบความเพียรให้สำเร็จ ไม่หวงแหน ยึดถือว่าเป็นของเรา ได้ในโลกโลกีย์ ก็วางไว้ในโลกโลกีย์......การสละตาย ถ้าภาวนาสละตายได้ ก็แลเห็นความไม่ตาย ถ้าภาวนาสละตายไม่ได้ แปลว่าไม่เห็น วางเจตนาสละความตายไม่ได้......อาการของจิต-เป็นตัวสังขาร เมื่อเห็นเป็นจริงลงไปแล้ว เป็นการแก้อาการของจิตที่กำเริบ ถ้าไม่รู้อาการของจิตแล้ว จิตกำเริบด้วยความโมหะอยู่ร่ำไป....ภาวนาค้นลงไปให้เห็นอนุสัย ให้เป็นไตรลักษณ์ ต่อนั้นจิตสะดุ้งน้อยใหญ่ ต่อนั้นร่างกายเบา จิตเบา เป็นอานิสงส์ เมื่อเห็นตามไตรลักษณ์นี้แล้ว จิตอยู่เหนือปีติ  มีสติรู้เท่าทัน ปีติชนิดนั้นหายไม่สะดุ้งอีก......

ผู้แสดงความคิดเห็น พุทธญาณ วันที่ตอบ 2005-08-01 10:55:09 IP :


ความเห็นที่ 4 (180166)
avatar
ลุงใหญ่

คำตอบของพวกคุณไม่ถึงกับผิด แต่คงไม่ถูกต้องตามหลักธรรมชาติดอกนะ

ธรรมใดที่ทำให้หลุดพ้นได้ ธรรมนั้น ย่อมทำให้เกิดทุกข์ได้เช่นกัน นี้คือ พระวจนะแห่งเรา ศรีอารย์

ผู้แสดงความคิดเห็น ลุงใหญ่ วันที่ตอบ 2005-08-01 23:34:17 IP :


ความเห็นที่ 5 (180311)
avatar
ธรรมญาณ

การปฏิบัติ ณ จุดๆหนึ่งยังอยู่ที่มรรค อยู่แค่มรรค ยังไม่เห็นผล รู้กับไม่รู้ ยังเป็นคนละตัว แต่ถ้าเมื่อใดที่ปล่อยวางได้สิ้นเชิงก็ถึงอริยผล รู้กับไม่รู้เป็นตัวๆเดียวกัน.....อริยมรรค ยังต้องคลายกำหนด ส่วนอรยผล ไม่ต้องแล้ว จิตหลุดพ้นจากสังสารวัฏ เหนือสุข เหนือทุกข์แล้ว......

ผู้แสดงความคิดเห็น ธรรมญาณ วันที่ตอบ 2005-08-02 08:54:05 IP :


ความเห็นที่ 6 (369638)
avatar
ธรรมญาณ

อริยสัจ4ในขันธ์5-มรรค8-อิทัปปจยตา-ปฏิจจสมุปบาท ฯ



อิทัปปัจจยตา-ปฏิจจสมุปบาท

 

สองอย่างนี้คืออะไร?เกี่ยวข้องกับอริยสัจ4และพระนิพพานอย่างไรบ้าง?


 เอก กำลังเอก  [8 Mar 2005 15:16] Viewer [25] Answer[1]    
 


 

 พุทธจิตธรรมญาณ    
 9 Mar 2005 08:37 #826004    delete

 

อิทัปปัจจยตา-คือความเห็นปัจจัยของสิ่งที่ทับซ้อนกันอยู่ เราเรียกรวมๆว่า "เช่นนั้นเอง" หรือ "สิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี"........

 

ปฏิจจสมุปบาท-คือสายโซ่เหตุการเกิดสรรพสิ่ง หรือ ปฏิกิริยาที่เกิดมาจากเหตุ ซึ่งเป็นหนทางของการเกิดชีวิตหรือทุกข์ เป็นสิ่งเดียวกันกับ "อริยสัจ4" เพียงแต่ต่างกรรมต่างวาระ........

 

ส่วนพระนิพพาน-ก็อยู่ในอริยสัจ4นั้นเอง การปฏิบัติในอริยสัจ4 เริ่มต้นจากมรรค8 เริ่มปฏิบัติจากสมาธิ ผ่านศีล และจบลงที่ความเห็นที่ถูกต้องของสัมมาทิฏฐิ ความเห็นที่ถุกต้องคือ การดับทุกข์ วางกาย วางใจคืนสู่โลก จิตก็ว่างจากการยึดมั่นถือมั่นในกายใจ การว่างจากการยึดมั่นในสรรพสิ่ง จึงคือมีความว่างที่มีอยู่ในจิต จิตอิสระจากโลกและธรรม ทุกข์ไม่ต้องดับ เหตุไม่มี ผลคือทุกข์ก็ไม่เกิด........


 
ผู้แสดงความคิดเห็น ธรรมญาณ วันที่ตอบ 2006-01-25 20:34:40 IP : 202.47.238.174



[1]



กระทู้นี้ไม่เปิดให้แสดงความคิดเห็น

Copyright © 2010 All Rights Reserved.